⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3880/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3880/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้จำนองได้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ตามสัญญาจำนอง ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ลูกหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่หากเจ้าหนี้จำนองและลูกหนี้ได้ตกลงกันทำเอกสารขึ้นใหม่ โดยมีข้อความระบุถึงหนี้ที่ลูกหนี้เป็นหนี้เจ้าหนี้จำนอง และมีการมอบเช็คไว้เป็นประกัน พร้อมตกลงผ่อนชำระหนี้ ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่ หนี้เดิมระงับไป และเจ้าหนี้จำนองชอบที่จะฟ้องบังคับตามมูลหนี้ใหม่นั้นได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร ท. โดยโจทก์จำนองที่ดินเป็นประกัน ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้แก่ธนาคาร ท.โจทก์ได้ชำระแทนจำเลย โจทก์ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยให้จำเลยใช้เงินคืนตามจำนวนที่โจทก์ได้ชำระให้แก่ธนาคารไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 724แต่โจทก์มิได้ใช้สิทธิไล่เบี้ยดังกล่าว กลับตกลงกับจำเลยทำหนังสือสัญญาไว้ต่อกันมีข้อความว่า จำเลยเป็นหนี้เงินกู้ศ. และโจทก์มีการมอบเช็คไว้เป็นประกันเงินกู้ และตกลงจะผ่อนชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวทุกเดือนจนกว่าจะครบ กรณีดังกล่าวถือได้ว่ามีหนี้ใหม่เกิดขึ้นตามเอกสารที่ทำต่อกันเป็นการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ มีผลทำให้หนี้เดิมระงับไป ดังนั้น โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องบังคับจำเลยตามมูลหนี้ใหม่ในเอกสารนั้น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.724

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด จำนวน 300,000 บาท โดยโจทก์จำนองที่ดินเป็นประกัน ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัดโจทก์ได้ชำระแทนแล้วเรียกเงินดังกล่าวจากจำเลย จำเลยได้ชำระให้โจทก์เพียง 9,000 บาท ยังคงค้างชำระรวมต้นเงินและดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 298,275 บาท ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมกับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ได้จำนองที่ดินเพื่อประกันเงินกู้ให้แก่จำเลยจริง จำเลยไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่ธนาคารที่จำเลยกู้ได้โจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญากู้ไว้โดยโจทก์ยืนยันว่าจะไม่ใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยเกี่ยวกับการค้ำประกัน แต่จะให้ผูกพันตามสัญญากู้ซึ่งจำเลยชำระให้แก่โจทก์แล้ว 9,000 บาท หลังจากนั้นจำเลยไม่สามารถชำระได้โจทก์จึงนำคดีเกี่ยวกับการค้ำประกันมาฟ้อง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 291,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกามีเพียงว่าเอกสารหมาย ล.1 ที่โจทก์จำเลยทำไว้ต่อกันเป็นหลักฐานเกี่ยวกับการแปลงหนี้ใหม่หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ชำระหนี้ให้ธนาคารแทนจำเลยไปจำนวน 300,000 บาท ครบถ้วนตามจำนวนที่จำเลยเป็นลูกหนี้ธนาคารโจทก์ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยให้จำเลยใช้เงินคืนตามจำนวนที่โจทก์ได้ชำระให้แก่ธนาคารไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 724แต่โจทก์มิได้ใช้สิทธิไล่เบี้ยดังกล่าว กลับตกลงกับจำเลยทำหนังสือสัญญาไว้ต่อกันตามเอกสารหมาย ล.1 มีข้อความสรุปว่าจำเลยเป็นหนี้เงินกู้นายเศรษฐวาล จงสถิตย์ไพบูลย์ และโจทก์เป็นเงิน 300,000บาท จำเลยได้มอบเช็คจำนวน 2 ฉบับ ฉบับละ 50,000 บาท ไว้เป็นประกันเงินกู้และจำเลยจะต้องผ่อนชำระเงินกู้ให้โจทก์เดือนละ3,000 บาท จนกว่าจะครบ กรณีดังกล่าวถือได้ว่ามีหนี้ใหม่เกิดขึ้นตามเอกสารหมาย ล.1 เป็นการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ มีผลทำให้หนี้เดิมระงับไป ดังนั้น โจทก์ชอบที่จะฟ้องบังคับจำเลยตามมูลหนี้ใหม่ในเอกสารหมาย ล.1 ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3880/2535 นาย ยุยง จง สถิต ย์ไพบูลย์ โจทก์ นายก มล พงศดิล ก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ยุยง จง สถิต ย์ไพบูลย์ · จำเลย - นายก มล พงศดิล ก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญสิน ตุลากัน · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5324/2542ฎีกา 2675/2548ฎีกา 2248/2524ฎีกา 1479/2539ฎีกา 6631/2568ฎีกา 373/2474ฎีกา 1783/2551ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 878/2518ฎีกา 790/2497ฎีกา 1490/2538ฎีกา 9649/2555ฎีกา 650/2474ฎีกา 1084/2539ฎีกา 3209/2550ฎีกา 1896/2492ฎีกา 867/2523ฎีกา 3453/2529ฎีกา 5112/2552ฎีกา 522/2505ฎีกา 51/2540ฎีกา 306/2473ฎีกา 6744/2538ฎีกา 1275/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ