⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4177/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4177/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานซ้ำซ้อน หรือขอส่งต้นฉบับเอกสารเพิ่มเติม เป็นดุลพินิจของศาลที่จะรับฟังพยานเอกสารนั้นหรือไม่ เมื่อสัญญาให้ตัวแทนจำหน่ายเป็นผู้รับเงินจากลูกค้า ตัวการย่อมผูกพันต่อการชำระหนี้ที่ตัวแทนได้กระทำการไปภายในขอบอำนาจนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ยื่นบัญชีระบุเอกสารหมาย ล.1 เป็นพยานไว้แล้วตามบัญชีระบุพยานฉบับลงวันที่ 15 สิงหาคม 2528 ส่วนที่จำเลยที่ 1ยื่นคำร้องขอระบุเอกสารหมาย ล.1 เป็นพยานเพิ่มเติมตามคำร้องและบัญชีพยานฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2528 ซึ่งศาลชั้นต้นไม่อนุญาตนั้น เป็นการยื่นบัญชีระบุพยานมาซ้ำซ้อน ทั้งตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ขอส่งต้นฉบับเอกสารหมาย ล.1 ต่อศาลเพราะจำเลยที่ 1 ไม่สามารถนำจำเลยที่ 2 มาสืบประกอบกับพยานเอกสารนั้นได้ กรณีเช่นนี้อยู่ในดุลพินิจของศาลว่าจะรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวหรือไม่ มิใช่ว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่ได้ยื่นต่อศาลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงรับฟังไม่ได้ สัญญาที่โจทก์ตั้งจำเลยที่ 2 เป็นผู้แทนจำหน่ายรถแทรกเตอร์ให้โจทก์ มีข้อความในข้อ 9 ค. ระบุว่า "เมื่อผู้จำหน่ายได้เงินค่าเช่าซื้อจากลูกค้าแล้วจะต้องรีบส่งเงินจำนวนนั้นทั้งหมดให้แก่บริษัท พร้อมรายละเอียดโดยครบถ้วนภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ผู้จำหน่ายได้รับจากลูกค้า" ย่อมถือได้ว่า นอกจากโจทก์จะตั้งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จำหน่ายแล้ว ยังให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนรับเงินจากลูกค้าของโจทก์ได้ด้วย การรับเงินค่ารถแทรกเตอร์ของจำเลยที่ 2ไว้จากจำเลยที่ 1 จึงเป็นการปฏิบัติการไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน โจทก์ซึ่งเป็นตัวการต้องผูกพันต่อการชำระหนี้ดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ไถนาพร้อมอุปกรณ์จากโจทก์ในราคา 285,000 บาท จำเลยที่ 1 ชำระเงิน60,000 บาท ในวันทำสัญญา ส่วนที่เหลือตกลงผ่อนชำระ 7 งวดผิดนัดงวดหนึ่ง งวดใดถือว่าผิดนัดทั้งหมด จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเพียง 4 งวด และงวดที่ 5 บางส่วนเป็นเงิน 115,000 บาท แล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญา จำเลยที่ 1 ค้างชำระค่าเช่าซื้อ110,000 บาท โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว แต่จำเลยที่ 1ไม่ส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนโจทก์ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ให้จำเลยส่งมอบรถในสภาพเรียบร้อยแก่โจทก์ หากไม่สามารถคืนได้ก็ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระราคา 50,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเดือนละ6,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถคืนให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ ความจริงจำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อรถไถนาคันพิพาทจากร้านบุรีรัมย์ยนต์ไทย โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้แทนจำหน่าย ในราคาเงินสด287,000 บาท ในวันทำสัญญาจำเลยที่ 1 ได้ยกรถยนต์ฟอร์ด ตีชำระราคาเป็นเงิน 120,000 บาท พร้อมออกเช็คเงินสดให้อีก 17,000 บาทส่วนที่เหลือ 150,000 บาท จำเลยที่ 1 ได้ชำระเป็นเช็ค 5 ฉบับฉบับละ 30,000 บาท จำเลยที่ 2 ได้นำแบบฟอร์มให้จำเลยที่ 1 ลงชื่อโดยไม่ได้กรอกข้อความ อ้างว่าต้องส่งให้บริษัทใหญ่ในกรุงเทพมหานครเพื่อจะได้โอนกรรมสิทธิ์ในรถไถนาคันพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 ต่อไปเมื่อเช็คที่จำเลยที่ 1 ชำระหนี้เรียกเก็บเงินเรียบร้อยแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ทวงถามให้จำเลยที่ 2 โอนรถไถนาคันพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 อ้างว่าโจทก์ยังไม่ได้ส่งมาให้ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยส่งมอบรถคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยหากไม่สามารถคืนได้ให้ใช้ราคา 40,000 บาทแทน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ2,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถคืนหรือใช้ราคาแทน จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ชำระราคารถแทรกเตอร์ไถนาคันพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของโจทก์ไปครบถ้วนแล้ว และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์รับฟังเอกสารหมาย ล.1 เป็นพยานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยที่ 1 ระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อสืบพยานโจทก์แล้วทั้งมิได้อ้างเหตุตามกฎหมายและศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ระบุพยานเพิ่มเติมไปแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1 ได้ยื่นบัญชีระบุเอกสารหมาย ล.1 เป็นพยานไว้แล้วตามบัญชีพยานฉบับลงวันที่ 15 สิงหาคม 2528 ส่วนที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอระบุเอกสารหมาย ล.1 เป็นพยานเพิ่มเติมตามคำร้องและบัญชีพยานฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2528 ซึ่งศาลชั้นต้นไม่อนุญาตนั้น เป็นการยื่นบัญชีระบุพยานมาซ้ำซ้อน ทั้งตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ขอส่งต้นฉบับเอกสารหมาย ล.1 ต่อศาล เพราะจำเลยที่ 1 ไม่สามารถนำจำเลยที่ 2 มาสืบประกอบกับพยานเอกสารดังกล่าวนั้นได้ กรณีเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในดุลพินิจของศาลว่าจะรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวหรือไม่ มิใช่ว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่ได้ยื่นต่อศาลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงรับฟังไม่ได้ ที่โจทก์ฎีกาต่อไปว่า จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้จำหน่ายรถแทรกเตอร์ให้โจทก์ หาใช่เป็นตัวแทนของโจทก์ไม่ แม้จำเลยที่ 2จะรับเงินจากจำเลยที่ 1 การรับเงินดังกล่าวก็ไม่ผูกพันโจทก์นั้นเห็นว่า พยานของจำเลยที่ 1 นอกจากจะมีพยานบุคคลมาเบิกความว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนจำหน่ายรถแทรกเตอร์ให้โจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ยังมีเอกสารหมาย ป.ล.3 ซึ่งเป็นสัญญาที่โจทก์ตั้งจำเลยที่ 2เป็นผู้จำหน่ายรถแทรกเตอร์ให้โจทก์เป็นหลักฐานด้วย สัญญาดังกล่าวมีข้อความในข้อ 9 ค. ระบุว่า "เมื่อผู้จำหน่ายได้รับเงินค่าเช่าซื้อจากลูกค้าแล้ว จะต้องรีบส่งเงินจำนวนนั้นทั้งหมดให้แก่บริษัทพร้อมรายละเอียดโดยครบถ้วนภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ผู้จำหน่ายได้รับเงินจากลูกค้า" สัญญาข้อนี้ย่อมถือได้ว่านอกจากโจทก์จะตั้งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จำหน่ายแล้วยังให้จำเลยที่ 2เป็นตัวแทนรับเงินจากลูกค้าของโจทก์ได้ด้วยการรับเงินค่ารถแทรกเตอร์ของจำเลยที่ 2 ไว้จากจำเลยที่ 1 จึงเป็นการปฏิบัติการไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน โจทก์ซึ่งเป็นตัวการต้องผูกพันต่อการชำระหนี้ดังกล่าวนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 820 โจทก์จะปฏิเสธว่าไม่ได้รับชำระหนี้ดังกล่าวหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4177/2535 บริษัท ยนตรภัณฑ์ จำกัด โจทก์ นาย เท่งเกียง แซ่อือ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ยนตรภัณฑ์ จำกัด · จำเลย - นาย เท่งเกียง แซ่อือ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2307/2518ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2732/2534ฎีกา 597/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 2763/2536ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 710/2542ฎีกา 1969/2515ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2752/2537ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 5647/2537ฎีกา 158/2509ฎีกา 3190/2530ฎีกา 1234/2508ฎีกา 6455/2538ฎีกา 3801/2565ฎีกา 312/2534ฎีกา 3502/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา