⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 546/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 546/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินของจำเลยในฐานะผู้แทนของโจทก์ ไม่ถือเป็นการครอบครองเพื่อตนเองตามกฎหมาย และจำเลยจะอ้างสิทธิครอบครองเพื่อตนเองหรืออ้างกำหนดเวลาฟ้องเรียกคืนการครอบครองขึ้นยันโจทก์ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทของโจทก์มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โจทก์ให้จำเลยลงแรงทำไร่อ้อยแบ่งผลกำไรโดยโจทก์เป็นฝ่ายลงทุนค่าใช้จ่ายจำเลยจึงเป็นผู้ยึดถือครอบครองที่พิพาทในฐานะผู้แทนของโจทก์และคดีอาญาที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้อง ส. ภริยาโจทก์ข้อหาบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์นั้น ศาลพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ การครอบครองที่พิพาทของจำเลยในระหว่างดำเนินคดีอาญา ก็ต้องถือว่าเป็นการครอบครองแทนโจทก์สามี ส.ผู้ชนะคดี จำเลยจะถือว่าการครอบครองที่พิพาทของตนระหว่างนั้นเป็นการครอบครองโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 หาได้ไม่ และจะอ้างกำหนดเวลาฟ้องเรียกคืนการครอบครองตามมาตรา 1375 ขึ้นยันโจทก์ไม่ได้เช่นกัน โจทก์จึงไม่ขาดสิทธิฟ้องเอาคืนที่พิพาทจากจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 244 โจทก์ให้จำเลยเช่าทำไร่จำเลยติดค้างค่าเช่า โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินแล้วขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองเหนือที่พิพาท ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์นำคดีมาฟ้องภายหลังจากที่จำเลยโต้แย้งสิทธิในที่พิพาทด้วยการฟ้องภริยาโจทก์เป็นคดีอาญาเป็นเวลานานกว่า1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโดยนายปิยะ อุบัติสุข ผู้รับมรดกความและบริวารออกจากที่พิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 5,400 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกจากที่พิพาทศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ต่อไปว่า โจทก์ขาดสิทธิฟ้องเอาคืนที่พิพาทหรือไม่ เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ให้จำเลยลงแรงทำไร่อ้อยแบ่งผลกำไรโดยโจทก์เป็นฝ่ายลงทุนค่าใช้จ่าย จำเลยจึงยึดถือหรือครอบครองที่พิพาทในฐานะผู้แทนของโจทก์ และคดีอาญาที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องนางสุวรรณภริยาโจทก์ในคดีนี้ ข้อหาบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และเรียกค่าเสียหายนั้น ปรากฏว่า ศาลพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ การครอบครองที่พิพาทของจำเลยในระหว่างดำเนินคดีอาญาดังกล่าวต้องถือว่าเป็นการครอบครองแทนโจทก์สามีของนางสุวรรณา ผู้ชนะคดี จำเลยจะถือว่าการครอบครองที่พิพาทของตนระหว่างนั้นเป็นการครอบครองโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 หาได้ไม่ และจะอ้างกำหนดเวลาฟ้องเรียกคืนการครอบครองตามมาตรา 1375 ขึ้นยันโจทก์ไม่ได้เช่นกัน โจทก์จึงไม่ขาดสิทธิฟ้องเอาคืนที่พิพาทจากจำเลยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 546/2535 นาย สะอาด ตา ล ทอง โจทก์ นาย เลี้ยง อุบัติ สุข ฯ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สะอาด ตา ล ทอง · จำเลย - นาย เลี้ยง อุบัติ สุข ฯ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ วิธุรัติ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 6163/2537ฎีกา 805/2506ฎีกา 663/2488ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 4817/2533ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 8604/2544ฎีกา 713/2508ฎีกา 7/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา