คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 982/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งริบและทำลายลานปูนซีเมนต์ของกลาง เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาล ซึ่งถือเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือน ปรับ 5,000 บาทริบของกลาง และให้ทำลายลานปูนซีเมนต์ของกลาง โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจำเลยฎีกาว่าศาลสั่งริบและทำลายลานปูนซิเมนต์ของกลางไม่ได้อันเป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาล จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการทำนาเกลือ ผลิตเกลือสินเธาว์โดยวิธีนำน้ำจากใต้ดินในพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำเสียวใหญ่ตำบลบรบือ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งกำหนดเป็นเขตห้ามประกอบกิจการดังกล่าวขึ้นมาตากบนลานปูนซีเมนต์เพื่อผลิตเป็นเกลือสินเธาว์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2518มาตรา 20, 26 วรรคสอง พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2521 มาตรา 7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 35 และสั่งให้ริบเกลือ 1 เข่ง กับลานปูนซีเมนต์ของกลาง และพิพากษาให้ทำให้ลานปูนซีเมนต์ของกลางใช้ไม่ได้หรือทำลายลานปูนซีเมนต์
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ. 2518 มาตรา 20, 26 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 35จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือนปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลางและให้ทำลายลานปูนซีเมนต์ของกลาง ให้คุมความประพฤติของจำเลยห้ามกระทำการอันอาจก่อให้เกิดความผิดขึ้นอีก ให้มารายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือน ต่อครั้ง มีกำหนดเวลา 1 ปี
จำเลยอุทธรณ์ขอไม่ให้ริบและทำลายลานปูนซีเมนต์ของกลาง
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย3 เดือน ปรับ 5,000 บาท ริบของกลาง และให้ทำลายลานปูนซีเมนต์ของกลางโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลยมีว่าศาลสั่งริบและทำลายลานปูนซิเมนต์ของกลางไม่ได้ อันเป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 982/2535
พนักงานอัยการ จังหวัด มหาสารคาม โจทก์
นาง รัชนี แสน สุข จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด มหาสารคาม · จำเลย - นาง รัชนี แสน สุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุชสุมิตร · สุนพ กีรติยุติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา