คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์แก้โทษจำคุกเป็นโทษปรับ โดยคงโทษจำคุกไว้แต่รอการลงโทษ ไม่ถือเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย
ข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากฟ้องในสาระสำคัญเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่จำเลยฎีกาได้ แม้ไม่ได้ยกขึ้นในชั้นอุทธรณ์
"เคหสถาน" ตาม ป.อ. มาตรา 1 (4) รวมถึงบริเวณที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย การบุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านกับบุกขึ้นไปบนบ้านจึงไม่ถือว่าแตกต่างกันในสาระสำคัญ
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน เป็นให้ปรับ 2,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ส่วนโทษจำคุกให้รอไว้นั้น ไม่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212
การที่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ จำเลยก็ฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 225 ประกอบด้วยมาตรา 195 วรรคสอง
ป.อ.มาตรา 1 (4) ให้คำนิยามของคำว่า "เคหสถาน"ว่า ที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย เช่นเรือน โรง เรือ หรือแพ ซึ่งคนอยู่อาศัย และให้หมายความรวมถึงบริเวณของที่ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วยจะมีรั้วล้อมหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านผู้เสียหาย แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยบุกขึ้นไปบนบ้านผู้เสียหายนั้น ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · จำเลย - นายประสิทธิ์ ชั้นเส็ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพัฒน์ อุชุภาพ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสกลนคร - นายอรพงษ์ ศิริกานต์นนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสาโรช วัฒนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา