⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1112/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมายแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลชั้นต้นในกรณีฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งอนุญาต จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาดังกล่าวเป็นกรณีฉุกเฉินเช่นกัน ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ จำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นเสีย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคสอง โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.266 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.267

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยเพิกถอนการจำนำและอายัดหุ้นบริษัทจำเลย ให้จำเลยลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนให้การว่า การขายทอดตลาดหุ้นของโจทก์กระทำโดยมิชอบ จำเลยไม่มีหน้าที่โอนหุ้นให้แก่โจทก์ขอให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลชั้นต้นในกรณีฉุกเฉิน โดยขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนบันทึกจดทะเบียนโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยที่ 1 ทั้งสี่สำนวนตามจำนวนหุ้นที่โจทก์ซื้อจากการขายทอดตลาดได้ไว้เป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(2) ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนบันทึกจดทะเบียนโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยที่ 1ทั้งสี่สำนวนตามจำนวนหุ้นตามฟ้องแต่ละสำนวนไว้เป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษา ถ้าจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนไม่ยอมจดทะเบียน ให้ถือเอาคำสั่งของศาลชั้นต้นแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนโดยให้ถือว่าโจทก์ทั้งสี่สำนวนมีชื่อถือหุ้นตามจำนวนตามฟ้องในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 1 ทั้งสี่สำนวน จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาเป็นกรณีฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวน จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อน พิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสี่สำนวนฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลชั้นต้นในกรณีฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาดังกล่าวเป็นกรณีฉุกเฉินเช่นกัน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวน จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้นเสีย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 267 วรรคสอง โจทก์ทั้งสี่สำนวนจึงไม่มีสิทธิฎีกา พิพากษายกฎีกาของโจทก์ทั้งสี่สำนวน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2536 บริษัท ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด โจทก์ บริษัท มา บุญ ครอง พืชผล จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด · จำเลย - บริษัท มา บุญ ครอง พืชผล จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 6027/2534ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 247/2525ฎีกา 970/2519ฎีกา 1343/2538ฎีกา 2929/2517ฎีกา 2724/2541ฎีกา 1634/2526ฎีกา 6619/2545ฎีกา 558/2528ฎีกา 3883-3884/2559ฎีกา 176/2494ฎีกา 1001/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา