⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1751/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1751/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างว่าความโดยวิธีแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ เป็นโมฆะตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์รับจ้างว่าความให้จำเลยโดยตกลงกันว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์อัตราร้อยละ 10 ของจำนวนเงินที่จำเลยได้รับตามคำพิพากษา จึงเป็นสัญญาจ้างว่าความโดยวิธีแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ อันมีวัตถุประสงค์ขัดต่อ พระราชบัญญัติ ทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 41 ประกอบพระราชบัญญัติ ทนายความ พ.ศ. 2477 มาตรา 12(2) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะตกลงทำสัญญากัน จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 เดิม (มาตรา 150 ที่แก้ไขใหม่) แม้ต่อมาจะได้มีพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528ยกเลิกกฎหมายข้างต้นแล้วก็ไม่ทำให้สัญญาซึ่งเป็นโมฆะตั้งแต่ต้นกลับสมบูรณ์ขึ้นแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2477 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระค่าจ้างว่าความเป็นเงิน100,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าเอกสารหมาย จ.1 จำเลยได้ทำมอบให้โจทก์ฝ่ายเดียวซึ่งโจทก์ชอบที่จะรับเอาข้อเสนอแต่เพียงบางส่วนได้การเรียกค่าจ้างในอัตราร้อยละ 10 ของจำนวนทุนทรัพย์ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์ชอบที่จะฟ้องจำเลยเรียกเงินจำนวน 100,000 บาท นี้ได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 988/2507 นั้น เห็นว่า จากคำฟ้องและคำเบิกความของโจทก์ประกอบเอกสารหมาย จ.1 คดีฟังได้ว่า เมื่อจำเลยว่าจ้างให้โจทก์ฟ้องบริษัททิพย์ช้าง จำกัด เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 493/2531ของศาลชั้นต้นนั้นได้มีการตกลงกันว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 10 ปัญหาว่าค่าจ้างว่าความอัตราร้อยละ 10 นั้นโจทก์จำเลยตกลงให้คำนวณจากจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้องหรือคำนวณจากจำนวนเงินที่จำเลยได้รับตามคำพิพากษาดังที่ระบุไว้ในเอกสารหมาย จ.1โจทก์เบิกความว่า จำเลยตกลงจะให้ค่าจ้างร้อยละ 10 ของจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้อง แต่นายวิชัย สมสวัสดิ์ พยานโจทก์เบิกความว่า เอกสารหมายจ.1 เป็นสัญญาที่จำเลยจ้างโจทก์ให้เป็นทนายความฟ้องบริษัททิพย์ช้าง จำกัด และโจทก์เบิกความว่า โจทก์เป็นผู้ให้จำเลยทำเอกสารหมาย จ.1 เมื่อจำเลยถอนโจทก์ออกจากการเป็นทนายความดังนั้น เอกสารหมาย จ.1 นี้แม้จะทำขึ้นหลังจากโจทก์ว่าความให้จำเลยแล้ว แต่ก็เป็นการทำขึ้นเพื่อให้มีหลักฐานเป็นหนังสือว่าตกลงค่าจ้างกันเป็นจำนวนเงินเท่าใด เอกสารฉบับนี้มิได้เป็นเพียงข้อเสนอของจำเลยดังที่โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์รับจ้างว่าความให้จำเลยโดยตกลงกันว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์อัตราร้อยละ 10 ของจำนวนเงินที่จำเลยได้รับตามคำพิพากษาจึงเป็นสัญญาจ้างว่าความโดยวิธีแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ อันมีวัตถุประสงค์ขัดต่อพระราชบัญญัติ ทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 41 ประกอบพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2477 มาตรา 12(2) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะตกลงทำสัญญากันจึงตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 113 เดิม (มาตรา 150 ที่แก้ไขใหม่) แม้ต่อมาจะได้มีพระราชบัญญัติ ทนายความ พ.ศ. 2528 ยกเลิกกฎหมายข้างต้นแล้วก็ไม่ทำให้สัญญาซึ่งเป็นโมฆะแต่ต้นกลับสมบูรณ์ขึ้นแต่อย่างใดดังนี้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างว่าความจากจำเลยได้คำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างมานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1751/2536 นาย ประยูร ภมรศิริ โจทก์ บริษัท เอกชน จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประยูร ภมรศิริ · จำเลย - บริษัท เอกชน จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมอ อินทรศักดิ์ · บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1446/2512ฎีกา 2014/2506ฎีกา 2546/2518ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1364/2514ฎีกา 4257/2530ฎีกา 3251/2534ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 1730/2513ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2839/2527ฎีกา 2657/2534ฎีกา 3842/2526ฎีกา 2501-2504/2521ฎีกา 672/2519ฎีกา 6192/2533ฎีกา 299/2490ฎีกา 1121/2533ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2328-2329/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ