⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1864/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ที่จำเลยมีเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเพียงครั้งเดียว แม้จะมีการกระทำหลายครั้ง ก็ถือเป็นความผิดกรรมเดียว.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเบิกถอนเงินจากบัญชีของ ผ.5 ครั้ง โดยมีเจตนาถอนเงินทยอยออกมาเป็นคราว ๆ นำไปใช้จ่ายระคนปนกันไป เป็นเจตนาเบียดบังเงินส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายดังกล่าว ไม่ว่าจำเลยจะเบิกถอนเงินจากบัญชีกี่ครั้งก็ตามจำเลยก็มีเพียงเจตนาเดียวเพื่อที่จะเบียดบังเงินส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายเท่านั้นหาได้มีเจตนาเบียดบังเงินทุกครั้งที่เบิกถอนเงินจึงเป็นความผิดกรรมเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.353 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องเป็นใจความว่า เมื่อวันที่ 10สิงหาคม 2532 นางผิน คงสะบาย มารดาโจทก์จำเลย ได้นำเงินจำนวน1,000,000 บาท ไปฝากไว้ที่ธนาคารเอเชีย จำกัด สาขาบางละมุงนางผิน ให้จำเลยเป็นผู้เปิดบัญชีร่วมด้วย และให้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินออกจากบัญชีดังกล่าว ต่อมาวันที่ 9 พฤศจิกายน 2532 นางผินถึงแก่กรรมโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมและไม่ได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้เงินในบัญชีดังกล่าวของนางผินจึงตกแก่โจทก์จำเลยและทายาทโดยธรรมของนางผิน ต่อมาระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2532ถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2532 จำเลยได้เบิกถอนเงินออกจากบัญชีของนางผิน รวม 5 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 10 พฤศจิกายน 2532 จำนวนเงิน523,945 บาท ครั้งต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายน 2532 จำนวนเงิน80,000 บาท วันที่ 1 ธันวาคม 2532 จำนวนเงิน 30,000 บาท และวันที่ 28 ธันวาคม 2532 จำนวนเงิน 370,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิน1,023,945 บาท จำเลยครอบครองเงินจำนวนดังกล่าวแล้วเบียดบังเอาเงินจำนวนนั้นไปโดยทุจริตไม่แบ่งให้โจทก์และทายาทโดยธรรมของนางผิน ผู้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา352 วรรคแรก, 353 และ 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ให้ลงโทษจำคุก 9 เดือน และปรับ3,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยเรียงกระทงความผิดและไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 กระทงละ 2 เดือน รวม 5 กระทง จำคุก10 เดือน ไม่รอการลงโทษให้จำเลยและไม่ปรับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยประการต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน การวินิจฉัยข้อกฎหมายเช่นนี้ ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเบิกถอนเงินจากบัญชีของนางผิน 5 ครั้ง โดยมีเจตนาถอนเงินทยอยออกมาเป็นคราว ๆ นำไปใช้จ่ายระคนปนกันไป เป็นเจตนาเบียดบังเงิน ส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายดังกล่าว ดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่ว่าจำเลยจะเบิกถอนเงินจากบัญชีของนางผินกี่ครั้งก็ตาม จำเลยก็มีเพียงเจตนาเดียวเพื่อที่จะเบียดบังเงินส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายเท่านั้น จำเลยหาได้มีเจตนาเบียดบังเงินทุกครั้งที่เบิกถอนเงินอันจะเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิด5 กระทงตามจำนวนครั้งที่จำเลยเบิกถอนเงินจากบัญชีของนางผินฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864/2536 นาย เขียด คงสะบาย กับพวก โจทก์ นาง แอ๊ด คงสะบาย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เขียด คงสะบาย กับพวก · จำเลย - นาง แอ๊ด คงสะบาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระ บุญพจนสุนทร · ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2627/2521ฎีกา 12779/2553ฎีกา 5813/2549ฎีกา 7981/2548ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 3889/2543ฎีกา 6247/2545ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1870/2549ฎีกา 1955/2546ฎีกา 2588/2524ฎีกา 5246/2548ฎีกา 1093/2568ฎีกา 492/2539ฎีกา 3146/2541ฎีกา 3637/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2302/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ