⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3167/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3167/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่อ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จะต้องมีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึงเท่านั้น การกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ จะต้องเป็นการกระทำในขณะที่ถูกข่มเหง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกโจทก์ร่วมแทงที่ไหปลาร้า จำเลยโกรธ ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แล้วกลับมาที่ร้านของตนเล่าเรื่องให้ภริยาทราบ เอาปืนจากร้านตนกลับไปยิงโจทก์ร่วมที่บริษัทที่โจทก์ร่วมอยู่ เมื่อในขณะที่จำเลยยิงโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมไม่ได้ทำร้ายหรือกำลังจะทำร้ายจำเลยจึงไม่มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายและถือไม่ได้ว่า จำเลยได้กระทำผิดต่อสู้ข่มเหงในขณะที่ถูกข่มเหงจึงไม่เป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 80,91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 จำคุก 12 ปี และผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 1,200 บาท รวมจำคุก 12 ปี ปรับ1,200 บาท คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 8 ปี และปรับ 800 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าก่อนเกิดเหตุเล็กน้อยจำเลยถูกโจทก์ร่วมที่ 2 ใช้มีดทำร้ายที่คอด้านหน้าแถบซ้ายปรากฏตามภาพถ่ายหมาย ล.2 และรายงานการตรวจชันสูตรบาดแผล เอกสารหมาย ล.4 จำเลยไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ซึ่งห่างที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร เจ้าพนักงานตำรวจบอกให้จำเลยไปทำแผลก่อน จำเลยไปที่ร้านที่สองของจำเลยซึ่งภริยาจำเลยอยู่ที่ร้านนั้น นางโศภนิศภริยาจำเลยจะไปที่บริษัทของโจทก์ร่วมที่ 1เพื่อเจรจากับโจทก์ร่วมที่ 2 จำเลยจึงติดตามภริยาจำเลยไปที่บริษัทของโจทก์ร่วมที่ 1 พร้อมทั้งเอาอาวุธปืนไปด้วย เมื่อถึงบริษัทของโจทก์ร่วมที่ 1 จำเลยใช้อาวุธปืนยิงถูกโจทก์ร่วมทั้งสองและเด็กหญิงเนตร บัวบุญ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บปรากฏตามใบชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า เดิมทีแรก จำเลยถูกโจทก์ร่วมที่ 2 แทงที่ไหปลาร้าจำเลยก็โกรธ มาเอาอาวุธปืนจากร้านของตนไปบริษัทที่โจทก์ร่วมที่ 2อยู่ แล้วไปยิงโจทก์ร่วมที่ 2 รูปคดีเชื่อได้ตามคำพยานโจทก์และโจทก์ร่วมว่าจำเลยตั้งใจไปยิงโจทก์ร่วมที่ 2 และในขณะที่จำเลยยิงโจทก์ร่วมที่ 2 โจทก์ร่วมที่ 2 ไม่ได้ทำร้ายหรือกำลังจะทำร้ายจำเลยจึงไม่มีภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายโดยละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึงจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการป้องกันตัวตามกฎหมาย จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ที่จำเลยฎีกาต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ศาลชอบที่จะลดหย่อนโทษลงให้จำเลยนั้น เห็นว่ากรณีที่จะเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72นั้น ผู้บันดาลโทสะจะต้องกระทำต่อผู้ข่มเหงในขณะที่ถูกข่มเหงนั้นข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ปรากฏว่าเมื่อจำเลยถูกโจทก์ร่วมที่ 2แทงทำร้ายแล้ว จำเลยได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แล้วกลับมาที่ร้านของตนเล่าเรื่องให้ภริยาของตนฟัง แล้วจำเลยจึงกลับมายิงที่บริษัทที่โจทก์ร่วมที่ 2 อยู่ การกระทำผิดของจำเลยถือไม่ได้ว่ากระทำต่อผู้ข่มเหงในขณะที่ถูกข่มเหง กรณีไม่อาจลดโทษให้จำเลยด้วยเหตุบันดาลโทสะได้ แต่เห็นว่า การทำร้ายของโจทก์ร่วมที่ 2 เป็นเหตุให้จำเลยก่อเหตุคดีนี้ขึ้น แม้ไม่ใช่การกระทำโดยบันดาลโทสะตามกฎหมายศาลฎีกาก็เห็นสมควรวางโทษจำเลยสถานเบา พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ให้จำคุก 10 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน เมื่อรวมโทษฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วเป็นจำคุก 6 ปี 8 เดือนปรับ 800 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3167/2536 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย กำธร มหาวงศ์พร ทิพย์ กับพวก โจทก์ นาย พิสิฐ มนูญตระกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย กำธร มหาวงศ์พร ทิพย์ กับพวก · จำเลย - นาย พิสิฐ มนูญตระกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4077/2536ฎีกา 313/2518ฎีกา 871/2518ฎีกา 853/2473ฎีกา 3861/2537ฎีกา 6083/2546ฎีกา 2669/2538ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 226/2529ฎีกา 1150/2499ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 551/2514ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1309/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา