คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3471/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบตัวต่อเจ้าพนักงานเพื่อสารภาพความผิดและนำชี้ที่เกิดเหตุ ถือเป็นการลุแก่โทษอันเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
ย่อคำพิพากษา
แม้พฤติการณ์แห่งคดีจะเป็นที่สะเทือนขวัญของประชาชนอย่างยิ่งและจำเลยให้การรับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาคดีของศาล ก็ด้วยเหตุที่จำเลยจำนนต่อพยานหลักฐานของโจทก์ก็ตาม แต่การที่จำเลยเข้ามามอบตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อสารภาพความผิด และนำชี้ที่เกิดเหตุให้พนักงานสอบสวนทำแผนที่เกิดเหตุ ถือได้ว่าเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จึงมีเหตุสมควรที่จะลดโทษให้แก่จำเลย โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92มาด้วย เมื่อศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลย และตามมาตรา 54ให้เพิ่มโทษก่อนแล้วจึงลดจากผลที่เพิ่มแล้วนั้น เมื่อศาลเพิ่มโทษจำเลยมิได้เพราะเป็นโทษประหารชีวิต จึงคงลดโทษให้จำเลยสถานเดียว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดปาดตาลปลายแหลมเป็นอาวุธแทงเด็กหญิงเกศรินทร์ ปิ่นมองเล 1 ครั้ง โดยมีเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้เด็กหญิงเกศรินทร์ถึงแก่ความตาย จำเลยเคยต้องโทษและพ้นโทษมาแล้วมากระทำผิดคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288, 92 และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายด้วย
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ กับได้กระทำความผิดในคดีนี้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันพ้นโทษในคดีก่อน
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้ประหารชีวิต เมื่อวางโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยได้อีก ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนนี้
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้พฤติการณ์แห่งคดีนี้จะเป็นที่สะเทือนขวัญของประชาชนอย่างยิ่ง และจำเลยให้การรับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาคดีของศาล ก็ด้วยเหตุที่จำเลยจำนนต่อพยานหลักฐานของโจทก์ก็ตาม แต่การที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อสารภาพความผิดในคดีนี้ และนำชี้ที่เกิดเหตุให้พนักงานสอบสวนทำแผนที่เกิดเหตุและถ่ายภาพไว้ ถือได้ว่าเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คดีจึงมีเหตุสมควรที่จะลดโทษให้แก่จำเลย ส่วนที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 มาด้วยนั้นเนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลย และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54 ให้ศาลเพิ่มโทษก่อนแล้วจึงลดโทษจากผลที่เพิ่มแล้วนั้น เมื่อศาลเพิ่มโทษจำเลยมิได้เพราะเป็นโทษประหารชีวิตจึงคงลดโทษให้จำเลยสถานเดียว
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษประหารชีวิตแก่จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(1) เป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3471/2536
พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรสาคร โจทก์
นาย สม ไพบูลย์หรือวินัยหรือนัย กิยะ แพทย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรสาคร · จำเลย - นาย สม ไพบูลย์หรือวินัยหรือนัย กิยะ แพทย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เริงธรรม ลัดพลี · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา