⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3497/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3497/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ถือเป็นอันตรายสาหัสแล้ว

ย่อคำพิพากษา

แม้บาดแผลของผู้เสียหายจะใช้เวลาในการรักษา 15 วัน แต่การที่ผู้เสียหายทำงานหนักและเล่นกีฬาไม่ได้ตามแพทย์สั่งเป็นเวลา 1 เดือนถือเป็นการทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน เป็นอันตรายสาหัสแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้มีดฟันนายอรุณ ยอดโตผู้เสียหาย 1 ที โดยเจตนาฆ่า ถูกที่ศีรษะข้างขวาใกล้ขมับแต่ผู้เสียหายวิ่งหนีและแพทย์ให้การรักษาทันท่วงที ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย แต่เป็นเหตุให้กะโหลกศีรษะแตกได้รับอันตรายสาหัสต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนา หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 83 จำเลยที่ 1 ให้การว่า มิได้มีเจตนาฆ่าเพียงแต่มีเจตนาทำร้าย จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 จำคุก 10 ปี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 86 จำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 3,000บาท จำเลยที่ 1 รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือนปรับ 1,500 บาท จำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 86 จำคุก 1 ปี ปรับ2,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ใช้มีดอีโต้ซึ่งจำเลยที่ 2 ยื่นส่งให้ฟันที่ศีรษะผู้เสียหายโดยมีเพียงเจตนาทำร้ายมิได้มีเจตนาฆ่า แล้ววินิจฉัยว่าบาดแผลของผู้เสียหายแม้จะใช้เวลารักษาเพียง 15 วัน แต่ผู้เสียหายก็ทำงานหนักและเล่นกีฬาไม่ได้เป็นเวลา 1 เดือน ตามที่แพทย์สั่งเนื่องจากบาดแผลดังกล่าว จึงเป็นการทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันเป็นอันตรายสาหัส พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297(8) ให้จำคุก 2 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา297(8) ประกอบมาตรา 86 ให้จำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยทั้งสองกำลังศึกษาเล่าเรียนและผู้เสียหายได้รับชดใช้ค่าเสียหายและไม่ติดใจเอาความ ให้รอการลงโทษจำเลยทั้งสองไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3497/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด นครสวรรค์ โจทก์ นาย องอาจ พินกริด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครสวรรค์ · จำเลย - นาย องอาจ พินกริด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพ็ง เพ็งนิติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2669/2538ฎีกา 2236/2527ฎีกา 1867/2531ฎีกา 3863/2525ฎีกา 236/2513ฎีกา 205/2510ฎีกา 4275/2534ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2767/2530ฎีกา 1148/2534ฎีกา 313/2529ฎีกา 602/2529ฎีกา 2423/2533ฎีกา 1893/2533ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 326/2520ฎีกา 321/2482ฎีกา 4959/2547ฎีกา 635/2485ฎีกา 3801/2543ฎีกา 1381/2500ฎีกา 7945/2538ฎีกา 2813/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา