คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4374/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งทำสัญญาเช่าในนามของตนเอง แต่พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง บุคคลนั้นจะอ้างสิทธิในฐานะผู้เช่าตามสัญญาเช่ามาใช้บังคับแก่บุคคลที่ตนกระทำการแทนไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกับบริษัท ท. โดยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่โจทก์ไม่เคยอาศัยอยู่ในตึกแถวพิพาทเลย จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้อาศัยอยู่ในตึกแถวพิพาท โดยจำเลยที่ 1 ได้ประกอบการค้าอยู่ในตึกแถวพิพาทด้วยจำเลยที่ 3 เป็นผู้ออกเงินช่วยค่าก่อสร้างตึกแถวพิพาทจำนวน 270,000 บาท ให้แก่บริษัท ท. หลังจากโจทก์ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทแล้ว จำเลยที่ 3 เป็นผู้ชำระค่าเช่าตึกแถวพิพาทในนามของโจทก์มาตลอด พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าโจทก์เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกับบริษัท ท. โจทก์ย่อมไม่อาจอ้างสิทธิตามสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทมาฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสามได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอุดมชัย สารสุข · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ เพชรรุ่ง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา