⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4969/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4969/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ตายบอกเล่าเหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายแก่ภรรยาขณะยังมีสติและขอให้พาไปโรงพยาบาล ถือเป็นคำบอกเล่าที่รับฟังได้ หากการกระทำนั้นมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกาย แต่เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องรับผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคหนึ่ง

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายบอกแก่ภรรยาว่าถูกจำเลยใช้มีดพร้าตีที่ศีรษะ ขณะนั้นยังมีสติและพูดคุยกับภรรยาได้ประมาณ 2-3 นาที ผู้ตายจึงบอกให้ภรรยานำผู้ตายส่งโรงพยาบาล เนื่องจากผู้ตายคงรู้อาการของตัวเองว่าหนักมากต้องการที่จะไปพบแพทย์เพื่อให้ช่วยเหลือ แสดงว่าผู้ตายคงรู้ตัวว่าอาการของตนน่าจะถึงแก่ความตายได้ ถ้อยคำของผู้ตายที่บอกแก่ภรรยาจึงรับฟังได้ จำเลยใช้มีดพร้าตีศีรษะผู้ตายเพียงครั้งเดียวโดยแรง เนื่องจากโกรธที่ผู้ตายหาบหญ้ามาโดนศีรษะเมื่อปรากฏว่าจำเลยใช้สันมีดพร้าตีแสดงว่าจำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกายผู้ตายเท่านั้น แต่เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา290 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 33ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุก 6 ปี จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงาน และคำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี ริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยเป็นคนร้ายใช้มีดพร้าตีผู้ตายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290วรรคหนึ่ง หรือไม่ โจทก์มีนางเลื่อน บินสกุล ภรรยาผู้ตายเป็นพยานเบิกความว่า วันที่ 21 ธันวาคม 2533 เวลาประมาณ 11 นาฬิกาผู้ตายกลับมาบ้านที่ศีรษะมีเลือดเต็มผ้าที่พันไว้ พยานจึงถามว่าไปโดนอะไรมา ผู้ตายบอกว่าขณะที่ตนหาบหญ้าเดินผ่านจำเลยซึ่งกำลังนั่งดักหนูอยู่บนคันนาก็ถูกตีที่ศีรษะจนล้มลง เมื่อหันไปมองก็เห็นจำเลยถือมีดพร้าอยู่ในมือ และผู้ตายพูดคุยกับพยานได้2-3 นาที ก็บอกให้พยานหารถไปส่งโรงพยาบาล พยานจึงไปขอรถจากญาตินำผู้ตายส่งโรงพยาบาลตากใบ เห็นว่าเหตุเกิดเวลากลางวันน่าเชื่อว่าผู้ตายจะต้องเห็นตัวผู้ที่ทำร้ายตนได้ ทั้งได้ความจากคำของนางเลื่อนว่าจำเลยกับผู้ตายก็เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน และการที่จำเลยทำร้ายผู้ตายครั้งนี้ก็ได้ความจากคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยว่า ขณะที่จำเลยทำกับดักหนูในนามีคนหาบหญ้ามาโดนศีรษะ เมื่อหันไปเห็นว่าเป็นผู้ตาย จำเลยจึงใช้มีดพร้าที่ใช้สำหรับตัดหญ้าตีศีรษะผู้ตาย ทั้งนี้ก็คงเนื่องมาจากความไม่ชอบหน้ากันมาก่อนนั่นเอง สำหรับลักษณะการตีได้ความจากนางเลื่อนว่า ผู้ตายถูกตีล้มลง ตามคำให้การของจำเลยก็ว่าตีไป 1 ที ผู้ตายนั่งลง แสดงว่าจำเลยตีโดยแรง เมื่อผู้ตายพูดคุยกับนางเลื่อน 2-3 นาที ผู้ตายก็ให้หารถไปส่งโรงพยาบาลซึ่งก็คงจะเนื่องจากผู้ตายคงรู้อาการของตัวเองว่าหนักมากต้องการที่จะไปพบแพทย์เพื่อให้ช่วยเหลือ นายแพทย์อภิชัย ตีไชยเศรษฐแพทย์โรงพยาบาลตากใบเบิกความเป็นพยานว่า ขณะมาถึงโรงพยาบาลผู้ตายมีอาการหนัก ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นไม่ปกติ หากได้รับการรักษาถูกต้องก็ไม่แน่ว่าจะหายหรือไม่ จึงมีเหตุผลสนับสนุนให้น่าเชื่อว่า ผู้ตายคงรู้ตัวว่าอาการของตนน่าจะถึงแก่ความตายได้ถ้อยคำของผู้ตายที่บอกแก่นางเลื่อนจึงรับฟังได้ นอกจากนี้โจทก์ยังมีร้อยตำรวจโทศักดิ์ดา ทองพิทักษ์ มาเป็นพยานว่านายสุวรรณ บินสกุล ไปแจ้งความเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2533 ว่าจำเลยใช้มีดพร้าตีศีรษะผู้ตาย ต่อมาวันที่ 28 เดือนเดียวกัน จำเลยเข้ามอบตัวพร้อมมอบมีดพร้าที่ใช้ตีให้ไว้เป็นของกลาง และให้การรับสารภาพให้พนักงานสอบสวนบันทึกไว้ตลอดจนพาไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพแสดงท่าทางให้ถ่ายภาพไว้ ซึ่งไม่ปรากฏว่าจำเลยถูกข่มขู่แต่ประการใด แสดงให้เห็นว่าจำเลยให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ ร้อยตำรวจโทศักดิ์ดาเป็นเจ้าพนักงานตำรวจไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุสงสัยว่าจะหาเหตุปรักปรำให้ร้ายจำเลยอันเป็นเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีเหตุผลและมีน้ำหนักฟังได้ว่า จำเลยได้ใช้มีดพร้าตีทำร้ายร่างกายผู้ตายจริง การที่จำเลยตีก็เนื่องจากโกรธที่ผู้ตายหาบหญ้ามาโดนศีรษะจำเลย ซึ่งเมื่อได้ความว่าจำเลยใช้สันมีดพร้าตีแสดงว่าจำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกายผู้ตายเท่านั้น แต่เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคหนึ่ง พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4969/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด นราธิวาส โจทก์ นาย สุข ศ รี สุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นราธิวาส · จำเลย - นาย สุข ศ รี สุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย รังสิกรรพุม · สังเวียน รัตนมุง · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 3428/2530ฎีกา 2501/2526ฎีกา 2015/2521ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1149/2536ฎีกา 185/2566ฎีกา 293/2507ฎีกา 729/2483ฎีกา 9117/2539ฎีกา 3237/2543ฎีกา 2470/2515ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2414/2551ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา