⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 782/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 782/2536

ป.พ.พ. ม.406, 1331 · ป.วิ.แพ่ง ม.24, 226, 227 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 เป็นคำสั่งที่อาจอุทธรณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องโต้แย้งไว้ก่อน.

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานแล้วฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาและพิพากษายกฟ้องนั้น เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามป.วิ.พ. มาตรา 227 โจทก์มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโดยไม่ต้องโต้แย้งไว้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยเป็นมูลคดีเดียวกับคดีอาญาที่โจทก์เคยเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้องจำเลยว่าจำเลยร่วมกับ ล.ฉ้อโกงโจทก์ จึงเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ซึ่งในคดีส่วนอาญานั้น ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วโดยฟังข้อเท็จจริงว่า ที่จำเลยรับเงินจาก ล. เป็นการรับชำระหนี้ค่าซื้อเชื่อทอง ฉะนั้น จากข้อเท็จจริงที่ฟังยุติดังกล่าว จำเลยจึงรับเงินไว้โดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ มิใช่รับไว้ในฐานลาภมิควรได้อย่างไรก็ตาม นอกจากโจทก์จะฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยในฐานลาภมิควรได้แล้ว ยังฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยโดยอ้างเหตุตาม ป.พ.พ. มาตรา 1331 ด้วย คดียังมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวอยู่ ซึ่งศาลชั้นต้นยังมิได้สืบพยานฟังข้อเท็จจริงให้ยุติ ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1331

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ นางลัดดาหรือประดิษฐ์ อาชญาทาหลอกลวงโจทก์ว่าต้องการขายทองรูปพรรณหนัก ๓๕ บาท ให้โจทก์ ทองดังกล่าวจำนำไว้ที่ร้านของจำเลย หากโจทก์ต้องการซื้อก็ให้นำเงินจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ไปไถ่ถอนมาจากจำเลย ต่อมาวันที่๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ นางลัดดาหรือประดิษฐ์พาโจทก์ไปที่ร้านจำเลย โจทก์มอบเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทให้นางลัดดาหรือประดิษฐ์นำไปให้จำเลยเพื่อไถ่ถอน จำเลยรับเงินจากโจทก์แล้วกลับไม่ยอมให้ทองแก่นางลัดดาหรือประดิษฐ์ โดยจำเลยอ้างว่านางลัดดาหรือประดิษฐ์ยังเป็นหนี้จำเลยอยู่ และจำเลยก็ทราบว่าเงินจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท นั้นเป็นเงินของโจทก์ซึ่งนางลัดดาหรือประดิษฐ์ได้มาโดยไม่สุจริตแต่จำเลยกลับยึดเงินไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า นางลัดดาหรือประดิษฐ์นำเงินจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาทไปชำระหนี้ค่าซื้อทองจากจำเลยที่ยังค้างชำระ จำเลยจึงรับชำระหนี้โดยสุจริต และเชื่อว่าเป็นเงินของนางลัดดาหรือประดิษฐ์ที่ได้มาโดยสุจริต โจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครปฐมกล่าวหาว่าจำเลยฉ้อโกง พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมสั่งฟ้องจำเลย และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๑๑๖/๒๕๓๐ คดีถึงที่สุดแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์แถลงรับว่าได้เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๑๑๖/๒๕๓๐ ของศาลชั้นต้นจริง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยโดยนำสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๑๑๖/๒๕๓๐ ดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การพิพากษาคดีนี้จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญา ซึ่งในคดีอาญาศาลฟังข้อเท็จจริงว่าที่จำเลยรับเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ของโจทก์จากนางลัดดาเป็นการรับชำระหนี้ค่าซื้อทองคำจากจำเลยไป จึงเป็นการรับชำระหนี้อันมีมูลจะอ้างกฎหมายได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินคืนจากจำเลย และไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นอีกต่อไป พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ เพราะโจทก์ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งงดสืบพยานของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยาน เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาหรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา การพิพากษาคดีส่วนแพ่งจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานแล้วฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาและพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๗ โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโดยไม่ต้องโต้แย้งไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ แต่อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเลยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาก่อน คดีนี้เป็นมูลคดีเดียวกับคดีอาญาที่โจทก์เคยเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้องจำเลยว่าจำเลยร่วมกับนางลัดดาหรือประดิษฐ์ฉ้อโกงโจทก์ จึงเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ ซึ่งในคดีส่วนอาญานั้น ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วโดยฟังข้อเท็จจริงว่า ที่จำเลยรับเงินจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท จากนางลัดดาหรือประดิษฐ์เป็นการรับชำระหนี้ค่าซื้อเชื่อทอง ฉะนั้น จากข้อเท็จจริงที่ฟังยุติดังกล่าว จำเลยจึงรับเงินจำนวน๑๕๐,๐๐๐ บาท ไว้โดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ มิใช่รับไว้ในฐานลาภมิควรได้ตามฟ้องของโจทก์ อย่างไรก็ตาม นอกจากโจทก์จะฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยในฐานลาภมิควรได้แล้วฟ้องโจทก์ยังระบุด้วยว่า จำเลยทราบอยู่แล้วว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินของโจทก์ และนางลัดดาหรือประดิษฐ์ได้มาโดยการหลอกลวงโจทก์และได้มาโดยไม่สุจริต แต่จำเลยกลับยึดเงินจำนวนดังกล่าวไว้ จึงเป็นการฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยโดยอ้างว่าเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๑ ด้วย คดียังมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวอยู่ ซึ่งศาลชั้นต้นยังมิได้สืบพยานฟังข้อเท็จจริงให้ยุติ ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานและพิพากษามานั้น ศาลฎีกายังไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ในประเด็นดังกล่าวข้างต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 782/2536 นางสุพร จารุพูนผล โจทก์ นายทวีศักดิ์ จองกาญจนา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุพร จารุพูนผล · จำเลย - นายทวีศักดิ์ จองกาญจนา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพัฒน์ อุชุภาพ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายวิจิตร วิสุชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2194/2552ฎีกา 4590/2553ฎีกา 5989/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1091/2480ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1948/2520ฎีกา 1061/2511ฎีกา 533/2521ฎีกา 352/2498ฎีกา 801/2515ฎีกา 3790-3792/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา