คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1949/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงทางภาระจำยอมที่ทำให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดลง หรือความสะดวกของเจ้าของสามยทรัพย์ลดน้อยลง เป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ทางภาระจำยอมที่พิพาทมีความกว้างมากกว่า 3 เมตร การที่โจทก์ทั้งสองขอให้ย้ายทางภารจำยอมไปอยู่ชิดแนวเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยให้ทางภารจำยอมเหลือความกว้างเพียง 1 เมตรนั้นแม้จะเป็นประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสองแต่ก็ทำให้จำเลยทั้งสามได้ใช้ทางภารจำยอมแคบลงกว่าเดิม อันเป็นการกระทำที่เป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไป หรือความสะดวกของเจ้าของสามยทรัพย์ในอันที่จะใช้ทางภารจำยอมนั้นลดน้อยลง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1390 และมาตรา 1392 โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจเรียกให้ย้ายทางภารจำยอมไปยังส่วนอื่นของที่ดินของโจทก์ทั้งสองได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทั้งสองฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามย้ายทางภารจำยอมเดิมไปใช้ทางเดินใหม่ตามที่กล่าวในฟ้อง หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน
จำเลยทั้งสามให้การว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ และการที่โจทก์ทั้งสองจะกำหนดทางภารจำยอมใหม่ให้มีขนาดกว้าง 1 เมตร ย่อมทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดลงหรือเสื่อมความสะดวกเป็นการขัดต่อกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสองตามโฉนดเลขที่ 2813 ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี บางส่วนตกอยู่ในภารจำยอม เป็นทางเดินเพื่อประโยชน์ของที่ดินโฉนดเลขที่ 2716ของจำเลยทั้งสามซึ่งอยู่ติดกันในอันที่จะออกสู่ทางสาธารณะถนนสายกรุงเทพ-นนทบุรี ทางภารจำยอมเฉพาะที่พิพาทกันในคดีนี้อยู่ในที่ดินของโจทก์ทั้งสองตามแผนที่เอกสารหมาย ล.3 ในช่องหมายเลข 10มีปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกาตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองจะเรียกให้ย้ายทางภารจำยอมที่พิพาทไปอยู่ชิดกับแนวเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสองทางด้านทิศตะวันออกโดยให้ทางภารจำยอมที่โจทก์จะทำให้ใหม่มีความกว้าง 1 เมตร ได้หรือไม่ ในปัญหาดังกล่าว โจทก์ที่ 1 ซึ่งอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า ทางภารจำยอมเดิมกว้าง 3 เมตรเศษ ยาวประมาณ 30 เมตร จำเลยไม่ได้ใช้ทางเดินกว้างทั้ง 3 เมตร ทางเดินที่จำเลยใช้กว้างประมาณ 1 เมตรจึงเหลือที่ดินอยู่ 1 เมตรเศษ ดังนี้ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าทางภารจำยอมที่พิพาทมีความกว้างมากกว่า 3 เมตรการที่โจทก์ทั้งสองขอให้ย้ายทางภารจำยอมไปอยู่ชิดแนวเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสองทางด้านทิศตะวันออก โดยให้ทางภารจำยอมเหลือความกว้างเพียง 1 เมตรนั้น แม้จะเป็นประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสอง แต่ก็ทำให้จำเลยทั้งสามได้ใช้ทางภารจำยอมแคบลงกว่าเดิม อันเป็นการกระทำที่เป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือความสะดวกของเจ้าของสามยทรัพย์ในอันที่จะใช้ทางภารจำยอมนั้นลดน้อยลง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1390 และ มาตรา 1392โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจเรียกให้ย้ายทางภารจำยอมที่พิพาทไปยังส่วนอื่นของที่ดินของโจทก์ทั้งสองได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1949/2537
นาย จง กล ทอง โอฬาร กับพวก โจทก์
เด็ก ชาย วรภฤศ ม่วงมิ่ง สุข กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย จง กล ทอง โอฬาร กับพวก · จำเลย - เด็ก ชาย วรภฤศ ม่วงมิ่ง สุข กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ บุณยเนตร · สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ