คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2958/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเลื่อนคดีโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและมีลักษณะเป็นการประวิงคดี ศาลมีอำนาจไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและถือว่าคู่ความนั้นไม่ติดใจสืบพยานได้.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยขอเลื่อนคดีถึงสามนัดติด ๆ กันโดยเหตุผลแต่ละนัดที่อ้างต่อศาลไม่ประกอบไปด้วยเหตุผลโดยชอบ แต่ศาลก็ให้โอกาสเลื่อนคดีตลอดมา ทั้งในนัดสุดท้ายทนายจำเลยได้ยืนยันว่า หากจำเลยไม่มาก็ไม่ติดใจสืบพยาน และศาลได้มีคำสั่งกำชับด้วยว่า หากจำเลยผิดนัดไม่มา ศาลจะไม่ให้เลื่อนคดีและถือว่าไม่ติดใจสืบพยาน ครั้นถึงวันนัดตัวจำเลยก็ไม่มาศาลเช่นเดิม และขอเลื่อนคดีอีกตามพฤติการณ์ที่ฝ่ายจำเลยดำเนินคดีตลอดมาดังกล่าวจึงเป็นการประวิงคดี ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานนั้น ชอบแล้วฎีกาของ
ศาลอุทธรณ์ไม่ได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 161 กำหนดให้ศาลต้องสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนยูเนี่ยนไฟแนนซ์ จำกัด · จำเลย - นายกิตติพจน์ ปิยวัฒน์กูล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชัยนาท พันตาวงศ์ · สะสม สิริเจริญสุข · สมพงษ์ สนธิเณร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายทองหล่อ โฉมงาม · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบัติ เดียวอิศเรศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา