⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3082/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3082/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นคำสั่งที่อาจอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้ หากกฎหมายใหม่ที่ใช้ภายหลังการกระทำผิดมีโทษเบากว่ากฎหมายเดิมและเป็นคุณแก่จำเลย ให้ใช้กฎหมายใหม่บังคับแก่จำเลยนั้น

ย่อคำพิพากษา

การขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาและมีคำสั่งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 และที่ 2ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ โจทก์ร่วมย่อมอุทธรณ์คัดค้านของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคแรก เพราะคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งภายหลังที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว และยังไม่ได้มีการสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 196 ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์มีพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 บังคับใช้ ซึ่งมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำผิด มีอัตราโทษเบากว่ากฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดและเป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องใช้กฎหมายใหม่ดังกล่าวบังคับแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ย่อมยกขึ้นว่าในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.196 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.3 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1)(3)(5)ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายนพดล รักมนุษย์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1จำนวน 80,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 เดือน ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2ยื่นอุทธรณ์หลังจากครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์โดยทนายจำเลยที่ 1และที่ 2 ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อ้างว่าทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2ได้รับอุบัติเหตุในวันครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์จึงไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ในวันดังกล่าวได้ โจทก์ร่วมคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วอนุญาตให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ไป 3 วัน นับแต่วันครบกำหนดอุทธรณ์ และมีคำสั่งอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์หลังจากครบกำหนดแล้วโดยไม่มีเหตุสุดวิสัยที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่ชอบ อุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ร่วมฟังขึ้น และไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพราะยื่นหลังจากครบกำหนดแล้ว ส่วนอุทธรณ์คำพิพากษาของโจทก์นั้นฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกระทำผิดตามฟ้อง แล้วพิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1และที่ 2 ข้อแรกว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์และที่สั่งว่าศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1และที่ 2 เป็นการไม่ชอบนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่ เห็นว่าการขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นจะพิจารณาที่จะพิจารณาและมีคำสั่งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควาามแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาตามคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าว โจทก์ร่วมก็ชอบที่จะอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคแรก เพราะคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งภายหลังที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วและยังไม่ได้มีการสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวนจึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 196 ปัญหาวินิจฉัยต่อไปมีว่า การที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1และที่ 2 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 หลังจากที่มีพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 ใช้บังคับแล้วนั้นชอบหรือไม่เห็นว่า ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์มีพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 บังคับใช้แล้วซึ่งมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำผิดบัญญัติเกี่ยวกับโทษไว้ว่าต้องระวางโทษปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่ากฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดและเป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องใช้กฎหมายใหม่ดังกล่าวบังคับแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 เมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามที่ศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 80,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 เดือนซึ่งเฉพาะโทษปรับของจำเลยที่ 1 เกินอัตราโทษที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 จึงสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 ให้ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 50,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3082/2537 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย นพดล รัก มนุษย์ โจทก์ บริษัท ไทย เซ อร์วิส ทัวร์ และ การท่องเที่ยว จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย นพดล รัก มนุษย์ · จำเลย - บริษัท ไทย เซ อร์วิส ทัวร์ และ การท่องเที่ยว จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยนาท พันตาวงศ์ · สะสม สิริเจริญสุข · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 99/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 664/2520ฎีกา 8735/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 3192/2532ฎีกา 6321/2544ฎีกา 11/2539ฎีกา 755/2547ฎีกา 635/2485ฎีกา 1165/2537ฎีกา 6344/2551ฎีกา 1166/2491ฎีกา 3310/2541ฎีกา 4541/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา