⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3170/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3170/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินโดยอาศัยสิทธิของผู้ขายตามสัญญาจะซื้อขาย เป็นการยึดถือแทนผู้ขาย มิใช่ยึดถือในฐานะเป็นเจ้าของ จึงไม่อาจได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์

ย่อคำพิพากษา

ผู้คัดค้านทั้งห้าได้ขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องโดยผู้ร้องได้ชำระราคาบางส่วนแล้ว และมีข้อตกลงกันว่า ผู้คัดค้านทั้งห้าจะต้องไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง และผู้ร้องจะชำระเงินส่วนที่เหลือในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ จึงเข้าลักษณะเป็นสัญญาจะซื้อขาย การที่ผู้ร้องครอบครองที่พิพาทจึงเป็นการเข้าครอบครองโดยอาศัยสิทธิของผู้ขายตามสัญญาจะซื้อขาย เป็นการยึดถือแทนผู้ขาย มิใช่ยึดถือในฐานะเป็นเจ้าของ แม้ผู้ร้องครอบครองที่พิพาทมาเกินกว่า 10 ปี ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เมื่อ พ.ศ. 2516 ผู้ร้องได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 2370 ตำบลม่วงไข่ อำเภอพังโคน (พรรณานิคม)จังหวัดสกลนคร จากเจ้าของเดิมในราคา 3,000 บาท ไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ แต่ผู้ขายได้ส่งมอบที่ดินให้แก่ผู้ร้องครอบครองพร้อมทั้งมอบโฉนดที่ดินให้ด้วย ผู้ร้องได้ครอบครองโดยใช้ทำนาตลอดมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จนได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1382 ขอให้สั่งแสดงว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวเป็นของผู้ร้องให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ชื่อทางทะเบียนเป็นชื่อผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งห้าซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามโฉนดยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านทั้งห้าไม่ได้ขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องแต่เป็นเรื่องที่ผู้คัดค้านที่ 3 กู้ยืมเงินผู้ร้อง 3,000 บาทเมื่อ พ.ศ. 2516 แล้วมอบที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องทำกินต่างดอกเบี้ยโดยผู้คัดค้านอื่นไม่รู้เห็น เมื่อผู้คัดค้านอื่นทราบได้นำเงิน3,000 บาท ไปชำระคืนแก่ผู้ร้องและขอที่พิพาทคืน ผู้ร้องอ้างว่าได้ปรับปรุงที่พิพาทไปมากขอทำประโยชน์อีกสักระยะหนึ่ง แล้วกลับมายื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกคำร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2370 ตำบลม่วงไข่ อำเภอพังโคน (พรรณานิคม) จังหวัดสกลนครเป็นของผู้ร้อง คำขออื่นของผู้ร้องให้ยก ผู้คัดค้านทั้งห้าฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งห้าว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้วหรือไม่ ผู้ร้องเบิกความว่า เมื่อ พ.ศ. 2516 ผู้คัดค้านทั้งห้าได้ขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องในราคา 3,000 บาท โดยผู้ร้องชำระเงินให้ครั้งแรก 2,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 1,000 บาท จะชำระให้ตอนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาท ในวันนั้นผู้คัดค้านทั้งห้าได้มอบโฉนดที่ดินสำหรับที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องไว้ด้วย หลังจากตกลงซื้อที่ดินกันแล้วผู้ร้องได้ไปติดต่อขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสกลนคร แต่โอนไม่ได้เนื่องจากในวันนั้นผู้ขายมาไม่ครบ ต่อมาวันที่ 9 เมษายน 2516 ผู้ร้องนำหนังสือมอบอำนาจของผู้คัดค้านทั้งห้าที่มอบอำนาจให้ผู้ร้องไปจดทะเบียนขายที่พิพาทได้ไปติดต่อเพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาท แต่ปรากฏว่าเตรียมเงินค่าธรรมเนียมไปไม่พอจึงไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทในวันนั้นผู้ร้องได้เข้าทำประโยชน์ในที่พิพาทตั้งแต่ พ.ศ. 2516จนถึงปัจจุบันโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปี ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงเป็นดังที่ผู้ร้องเบิกความก็ตาม การซื้อขายที่พิพาทตามคำเบิกความของผู้ร้องมีข้อตกลงกันว่าผู้คัดค้านทั้งห้าจะต้องไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง และผู้ร้องจะชำระเงินส่วนที่เหลืออีก 1,000 บาทในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ จึงเข้าลักษณะเป็นสัญญาจะซื้อขายฉะนั้นการที่ผู้ร้องในฐานะผู้ซื้อครอบครองที่พิพาทจึงเป็นการเข้าครอบครองโดยอาศัยสิทธิของผู้ขายตามสัญญาจะซื้อขาย เป็นการยึดถือแทนผู้ขาย มิใช่ยึดถือในฐานะเป็นเจ้าของ แม้ผู้ร้องครอบครองที่พิพาทมาเกินกว่า 10 ปี ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ดังนั้นจึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของผู้คัดค้านทั้งห้า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้คัดค้านทั้งห้าฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3170/2537 นายก ง กาญ บุตร ผู้ร้อง นาง สี หา โพนแป๊ะหรือกาญ บุตร กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายก ง กาญ บุตร · ผู้คัดค้าน - นาง สี หา โพนแป๊ะหรือกาญ บุตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย รังสิกรรพุม · สังเวียน รัตนมุง · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 201/2490ฎีกา 464/2497ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1070/2499ฎีกา 138/2499ฎีกา 1293/2538ฎีกา 895/2481ฎีกา 510/2491ฎีกา 1041/2485ฎีกา 933/2493ฎีกา 5007/2540ฎีกา 676/2501ฎีกา 4817/2533ฎีกา 1112/2494ฎีกา 4427/2531ฎีกา 2198/2530ฎีกา 5999/2537ฎีกา 1590/2511ฎีกา 2529/2537ฎีกา 706/2493ฎีกา 5710/2544ฎีกา 760/2485ฎีกา 2851-2852/2532ฎีกา 1260/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ