⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3320/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3320/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์และฐานบุกรุก หากเป็นการกระทำอันเดียวกัน ย่อมต้องลงโทษตามกฎหมายอาญามาตรา 83 วรรคสอง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นพระภิกษุนำราษฎรเข้าไปในที่เกิดเหตุขึงสายสิญจน์ขุดดิน และปลูกต้นไม้ มีการต้อนโค กระบือเข้าไปเหยียบย่ำกินหญ้าที่ทางราชการปลูกจนได้รับความเสียหายจึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อีกบทหนึ่ง อันเป็นการกระทำกรรมเดียวกันกับผิดฐานบุกรุก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365, 358, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358, 362, 365(2) การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 362 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365(2), 83 เพียงบทเดียวให้ยกคำขอของโจทก์ในข้อหาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 จำคุก 6 เดือน จำเลยเป็นพระภิกษุไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและสภาพความผิดนับว่ามีเหตุอันควรปรานีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของโจทก์มีเพียงประการเดียวว่า จำเลยกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หรือไม่ โจทก์มีพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักเชื่อได้มั่นคงว่า จำเลยเป็นผู้ที่นำราษฎรเข้าไปในที่เกิดเหตุขึงด้ายสายสิญจน์ ขุดดิน และปลูกต้นไม้ลงในที่เกิดเหตุและมีการต้อนโคกระบือจำนวนเป็นร้อยตัวเข้าไปเหยียบย่ำกินหญ้ารูซี่และถ้าฮามาด้าที่ทางราชการปลูกไว้ซึ่งมีรั้วลวดหนามล้อมไว้จนได้รับความเสียหายจริง จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำขอของโจทก์ในข้อหาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 อีกบทหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)ประกอบด้วยมาตรา 362 อันเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 6 เดือนให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3320/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ โจทก์ พระ ประจักษ์ คุดตจิตโตหรือจิตตคุต โต หรือ เพชร สิงห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ · จำเลย - พระ ประจักษ์ คุดตจิตโตหรือจิตตคุต โต หรือ เพชร สิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · สมภพ โชติกวณิชย์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 990/2506ฎีกา 845/2543ฎีกา 705/2507ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3081/2524ฎีกา 185/2566ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1552/2568ฎีกา 1828/2523ฎีกา 6344/2531ฎีกา 3119/2558ฎีกา 4751/2568ฎีกา 435/2535ฎีกา 279/2539ฎีกา 2269/2538ฎีกา 45/2507ฎีกา 1958/2526ฎีกา 527/2538ฎีกา 584/2519ฎีกา 2824/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา