⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 387/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบพยานบุคคลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับข้อความในเอกสารอันเป็นสาระสำคัญของสัญญา ต้องห้ามมิให้รับฟังตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่สัญญาจะซื้อขายที่ดินทั้งสองฉบับระบุไว้ชัดแจ้งว่าจำนวนเงินที่จะชำระในวันที่ 25 พฤษภาคม 2530 หรือเลื่อนกำหนดไปชำระในวันที่ 17 สิงหาคม 2530 เป็นส่วนหนึ่งของราคาที่ดินการที่จำเลยนำสืบพยานบุคคลว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินมัดจำจึงเป็นการขัดกับข้อความในสัญญาจะซื้อขายที่ดิน ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งเจ็ดทำสัญญาจะขายที่ดินตามโฉนดในราคา3,406,000 บาท ให้แก่โจทก์ โจทก์ได้วางเงินมักจำจำนวน 338,000 บาทและต่อมาได้ชำระเงิน 418,000 บาท โดยตกลงกันว่าเป็นการชำระค่าที่ดินส่วนหนึ่ง เมื่อถึงวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ จำเลยทั้งเจ็ดไม่ไปตามนัด จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์บอกเลิกสัญญาและขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดคืนเงินมัดจำและเงินที่ชำระราคาที่ดิน กับให้ใช้ค่าเสียหาย 500,000 บาท จำเลยทั้งเจ็ดให้การว่า ได้รับเงินมัดจำจำนวน 338,000 บาทไว้จากโจทก์จริง ส่วนเงินจำนวน 418,000 บาท ก็เป็นเงินมัดจำที่โจทก์ชำระเพิ่มจากเดิม เนื่องจากโจทก์ขอเลื่อนการชำระเงินมัดจำงวดที่สอง และโจทก์จำเลยตกลงกันว่า หากมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินก็ให้ถือว่าเงินจำนวน 418,000 บาทเศษเป็นส่วนหนึ่งของราคาที่ดินแต่โจทก์ไม่ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ตามกำหนดนัด จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยทั้งเจ็ดมีสิทธิริบเงินมัดจำ และโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดชำระเงินจำนวน 418,000 บาทให้แก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งเจ็ดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งเจ็ดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งเจ็ดมีว่า เงินจำนวน 418,000 บาท ที่โจทก์ชำระให้จำเลยทั้งเจ็ดเป็นเงินมัดจำหรือไม่ ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่า ในวันทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินโจทก์ได้วางมัดจำจำนวน 338,000 บาท และจะชำระอีกในวันที่ 25 พฤษภาคม 2530 จำนวน 338,000 บาท แต่เมื่อถึงวันนัดในวันที่ 25 พฤษภาคม 2530 โจทก์จำเลยได้เลื่อนไปชำระในวันที่ 17 สิงหาคม 2530 จำนวน 418,000 บาท และได้ทำสัญญาจะซื้อขายกันไว้อีกหนึ่งฉบับโดยระบุไว้ชัดแจ้งว่าเงินที่จะชำระในวันที่ 25พฤษภาคม 2530 หรือเลื่อนกำหนดไปชำระในวันที่ 17 สิงหาคม 2530เป็นส่วนหนึ่งของราคาที่ดิน ที่จำเลยนำสืบพยานบุคคลว่าเงินจำนวน418,000 บาท เป็นเงินมัดจำนั้นเป็นการขัดกับข้อความในสัญญาจะซื้อขายที่ดิน ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94(2) พยานจำเลยไม่อาจฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ เชื่อว่าเงินจำนวน 418,000 บาท ไม่ใช่เงินมัดจำและเป็นส่วนหนึ่งของราคาที่ดิน ดังนั้นเมื่อสัญญาจะซื้อขายที่ดินเลิกกัน จำเลยทั้งเจ็ดต้องคืนเงินจำนวน 418,000 บาท ให้โจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387/2537 นาง วชิราภรณ์ งาม พร้อม สกุล โจทก์ นาง บุญ ล้อม สถาวรสมิต กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง วชิราภรณ์ งาม พร้อม สกุล · จำเลย - นาง บุญ ล้อม สถาวรสมิต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมปอง เสนเนียม · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · ธวัชชัย พิทักษ์ผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1674/2539ฎีกา 534/2509ฎีกา 273/2501ฎีกา 224/2530ฎีกา 585/2543ฎีกา 1452/2511ฎีกา 770/2486ฎีกา 220/2509ฎีกา 4015/2528ฎีกา 1561/2520ฎีกา 325/2524ฎีกา 1427/2493ฎีกา 1897/2538ฎีกา 7/2492ฎีกา 1750/2527ฎีกา 2533/2549ฎีกา 790/2497ฎีกา 6801/2540ฎีกา 2139/2565ฎีกา 794/2509ฎีกา 2671/2532ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา