คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5718/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามกฎหมาย จะได้รับยกเว้นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ได้ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าขณะกระทำความผิดนั้นอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่.
ย่อคำพิพากษา
แม้ว่าจำเลยจะเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 28 ทวิ แต่การที่จะไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ(1) นั้นต้องได้ความด้วยว่าเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วยจำเลยไม่ได้นำสืบให้เห็นเลยว่าขณะเกิดเหตุ จำเลยอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,91, 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 4, 8 ทวิ, 72 ทวิ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นายคำพาหรือคำภา รักก้อน ผู้เสียหายที่ 2ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมเฉพาะในความผิดฐานพยายามฆ่า
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2, 5 ประกอบด้วยมาตรา 60 กระทงหนึ่ง ให้วางโทษจำคุก 2 ปีและมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ72 ทวิ วรรคสอง อีกกระทงหนึ่ง วางโทษจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก2 ปี 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก
โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายสมัครใจเข้าไปวิวาทชกต่อยกับผู้เสียหายที่ 1 ก่อน การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงในเวลาต่อมาจึงไม่อาจอ้างเป็นเหตุว่าจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตนเองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 6 ได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า จำเลยเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงมีสิทธิพาอาวุธปืนติดตัวไปได้นั้นเห็นว่า แม้ว่าจำเลยจะเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2453 มาตรา 28 ทวิ แต่การที่จะไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ(1) นั้น ต้องได้ความด้วยว่า เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วย จำเลยไม่ได้นำสืบให้เห็นเลยว่าขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง และเห็นว่าศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5718/2537
พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หล่มสัก โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาย ดำ พา หรือ คำ ภา รัก ก้อน โจทก์
นาย บุรุษ ศระ คำ หรือ สระ คำ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หล่มสัก · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย ดำ พา หรือ คำ ภา รัก ก้อน · จำเลย - นาย บุรุษ ศระ คำ หรือ สระ คำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สันติ ทักราล · จเร อำนวยวัฒนา · สวรรค์ ศักดารักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา