คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1369/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การเปลี่ยนแปลงฐานะของโจทก์ภายหลังฟ้องคดีอาญา ไม่ส่งผลกระทบต่ออำนาจฟ้องของโจทก์
2. การชำระหนี้ล่าช้าภายหลังเกิดความเสียหาย ไม่สามารถลบล้างความผิดที่จำเลยได้กระทำไว้
ย่อคำพิพากษา
ขณะยื่นฟ้องโจทก์ยังเป็นรัฐวิสาหกิจและจำเลยเป็นพนักงานของโจทก์ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงฐานะของโจทก์เป็นเพียงนิติบุคคลธรรมดาภายหลังฟ้องก็หาเป็นเหตุให้มีผลลบล้างฐานะโจทก์และฐานะความรับผิดของจำเลยในขณะเกิดเหตุกระทำผิดอาญาไม่ จึงไม่มีผลกระทบถึงอำนาจฟ้องของโจทก์
ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์มีอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่จำเลยกระทำความผิดคดีนี้ การเปลี่ยนตัวลูกหนี้และมีการชำระหนี้ภายหลังตามที่จำเลยอ้างนั้นก็คงเป็นเพียงการชำระหนี้ที่ล่าช้า จึงไม่อาจรับฟังเป็นข้อลบล้างความเสียหายที่จำเลยได้ก่อขึ้น และไม่ช่วยให้จำเลยพ้นจากความผิดที่ได้กระทำนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทธนาคารกรุงไทย จำกัด · จำเลย - นายตามใจ ขำภโต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วินัย วิมลเศรษฐ · จิระ บุญพจนสุนทร · ชูชาติ ศรีแสง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายวีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสริมศักดิ์ ผลัดธุระ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา