คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เจ้าของสามยทรัพย์ย่อมมีอำนาจฟ้องเจ้าของภารยทรัพย์ได้ แม้จะยังมิได้จดทะเบียนสิทธิในโฉนดที่ดิน
2. ความเป็นญาติมิใช่เหตุผลที่จะฟังว่าพยานจะเบิกความเข้าข้างกันเสมอไป การรับฟังคำเบิกความขึ้นอยู่กับเหตุผลในคำพยานนั้น
ย่อคำพิพากษา
แม้จำเลยจะได้ให้การแก้คดีว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองที่ดินตามฟ้องจึงไม่มีอำนาจฟ้อง แต่จำเลยก็เบิกความยอมรับว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแล้ว ดังนี้แม้ยังมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินมาเป็นของโจทก์ โจทก์ในฐานะเจ้าของสามยทรัพย์ก็ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยที่เป็นเจ้าของภารยทรัพย์ได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1387
ความเป็นญาติมิใช่เหตุผลที่จะต้องฟังว่าพยานจะเบิกความเข้าข้างกันเสมอไป คำเบิกความของพยานปากใดจะรับฟังได้หรือไม่ สุดแล้วแต่เหตุผลในคำพยานนั้นเอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทวีป เชาวน์เครือ กับพวก · จำเลย - นายจำลอง เอิ้อวิบูลย์กิจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา บูรณะไทย · บุญธรรม อยู่พุก · ณรงค์ ตันติเตมิท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายกมล ธีรเวชพลกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายทวีชัย เจริญบัณฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา