⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1688/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากวันสุดท้ายของการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความตรงกับวันหยุดราชการ ให้ถือว่าวันแรกที่ทางราชการเปิดทำการเป็นวันสุดท้ายของการปฏิบัติตามสัญญา

ย่อคำพิพากษา

วันสุดท้ายที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างนั้นตรงกับวันเสาร์และวันถัดมาเป็นวันอาทิตย์อันเป็นวันหยุดราชการตามปกติทั้งสองวันจำเลยจึงขอปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อโจทก์ในวันแรกที่ทางราชการเปิดทำการได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความว่า โจทก์ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านให้จำเลย โดยจำเลยยินยอมจ่ายค่าที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์เป็นเงิน 735,000 บาท ภายในวันที่ 30 มกราคม 2536 อันเป็นวันโอนกรรมสิทธิ์ คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2536 จำเลยได้ไปขอรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านพิพาทที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร โดยนำแคชเชียร์เช็คของธนาคารจำนวน 645,000 บาท พร้อมด้วยเช็คเงินสดลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2536 อีกจำนวน 90,000 บาทไปชำระหนี้แก่โจทก์แต่โจทก์ไม่ยอมรับเช็คเงินสดและไม่ยอมโอนที่ดินและบ้านพิพาทให้ ขอให้มีคำสั่งเรียกโจทก์มาสอบถามศาลชั้นต้นสั่งนัดพร้อม ก่อนถึงวันนัด โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี เพราะจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม ในวันนัดพร้อมโจทก์แถลงว่าจำเลยนำเช็คเงินสด 1 ฉบับไปชำระโจทก์แจ้งให้จำเลยไปเปลี่ยนเป็นแคชเชียร์เช็คมาแทนแต่จำเลยไม่มาติดต่อ จำเลยแถลงว่าในวันนั้นเป็นเวลาเย็นแล้วไม่สามารถไปเปลี่ยนเช็คได้ทัน โจทก์แถลงยืนยันไม่โอนที่ดินกับบ้านพิพาทให้แก่จำเลย ขอให้บังคับคดีไป ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ยกคำขอโจทก์ ให้โจทก์รับชำระราคาและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามคำพิพากษาตามยอมแก่จำเลย โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการออกหมายบังคับคดีให้โจทก์ จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า วันที่ 30 มกราคม 2536 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นตรงกับวันเสาร์และวันที่ 31 มกราคม 2536 เป็นวันอาทิตย์ อันเป็นวันหยุดราชการตามปกติทั้งสองวันจำเลยจึงขอปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อโจทก์ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2536 ซึ่งเป็นวันแรกที่ทางราชการเปิดทำการได้ เมื่อปรากฏว่าในวันดังกล่าวโจทก์จำเลยได้ไปยังสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร เพื่อจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อกันนั้นจำเลยมีแคชเชียร์เช็คของธนาคารสั่งจ่ายเงินจำนวน645,000 บาท พร้อมที่จะชำระให้แก่โจทก์ ส่วนที่ยังขาดอีกจำนวน90,000 บาท จำเลยก็สั่งจ่ายเป็นเช็คเงินสดให้ เหตุขัดข้องเกิดเพราะโจทก์ไม่ยอมรับเช็คเงินสดของจำเลยซึ่งก็สั่งจ่ายเงินเพียง 90,000 บาท เท่านั้น เมื่อโจทก์ไม่ยอมรับเช็คเงินสดและแจ้งให้จำเลยเปลี่ยนเป็นแคชเชียร์เช็คตามที่แถลงต่อศาลในวันนัดพร้อมก็ปรากฏว่าโจทก์แจ้งเหตุขัดข้องในการโอนที่ดินโดยทำบันทึกต่อเจ้าพนักงานที่ดินลงรับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2536 เวลา15.50 นาฬิกา ข้ออ้างของจำเลยที่แถลงต่อศาลในวันนัดพร้อมวันที่ 25 มีนาคม 2536 ที่ว่า ไม่สามารถไปเปลี่ยนเช็คทัน เพราะเป็นเวลาเย็นแล้ว จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ ฉะนั้นตามพฤติการณ์ดังกล่าวมาจึงยังถือไม่ได้ว่า จำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความต่อโจทก์ พิพากษากลับ ให้ บังคับคดี ไป ตาม คำสั่งศาล ชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2538 นาง วนิดา บุรณศิริ โจทก์ ร้อยตำรวจเอก ศราวุธ สมุทรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง วนิดา บุรณศิริ · จำเลย - ร้อยตำรวจเอก ศราวุธ สมุทรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญธรรม อยู่พุก · ณรงค์ ตันติเตมิท · ปรีชา บูรณะไทย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4411/2531ฎีกา 3026/2517ฎีกา 715/2503ฎีกา 582/2510ฎีกา 119/2505ฎีกา 5246/2543ฎีกา 324-325/2513ฎีกา 821/2514ฎีกา 707-708/2505ฎีกา 1630/2527ฎีกา 530/2510ฎีกา 1947/2520ฎีกา 5328/2537ฎีกา 1479/2493ฎีกา 601/2478ฎีกา 1364/2508ฎีกา 2257/2527ฎีกา 1145/2505ฎีกา 1146/2513ฎีกา 355/2520ฎีกา 4931/2533ฎีกา 2212/2515ฎีกา 1069/2531ฎีกา 791-793/2483
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา