คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3098/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้จัดการมรดกถูกถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ศาลย่อมไม่อาจบังคับให้ผู้นั้นปฏิบัติตามหน้าที่ในฐานะผู้จัดการมรดกได้อีกต่อไป
ย่อคำพิพากษา
กรณีตามฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำสั่งศาลชั้นต้น มีหน้าที่แบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตายให้แก่โจทก์และทายาทอื่น แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งปันทรัพย์มรดก จึงเป็นการฟ้องบังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่แต่งตั้งขึ้นโดยคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ปฏิบัติตามหน้าที่มิใช่ฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัวในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายที่ครอบครองทรัพย์มรดกไว้
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นจำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว จำเลยย่อมไม่มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตายต่อไป ศาลย่อมไม่อาจบังคับให้จำเลยซึ่งมิได้อยู่ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ปฏิบัติตามคำขอบังคับของโจทก์ได้ กรณีย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยและมีคำพิพากษาตามคำขอบังคับของโจทก์อีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์จำหน่ายคดีของโจทก์นั้นชอบแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางหยา โอชะกลิ่น · จำเลย - นายดำรงค์ คงส่าน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ระพินทร บรรจงศิลป · อำนวย สุขพรหม · ปรีชา นาคพันธุ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา