คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5025/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกค่าข้าวเปลือกที่รับฝากไว้แล้วสูญหายไป ไม่ใช่การฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวแก่การฝากทรัพย์ จึงมีอายุความ 10 ปี การที่เจ้าของทรัพย์สินได้ใช้สิทธิเรียกร้องให้ผู้รับฝากชำระหนี้แล้ว อายุความจึงเริ่มนับแต่วันดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินค่าข้าวเปลือกที่จำเลยรับฝากจากโจทก์แล้วสูญหายไป ไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวแก่การฝากทรัพย์ กรณีไม่ต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 671 ทั้งการฟ้องให้ชำระเงินค่าข้าวเปลือกที่จำเลยรับฝากจากโจทก์แล้วสูญหายไปไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้ จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 เดิม (มาตรา 193/30ที่แก้ไขใหม่)
วันที่ 27 กรกฎาคม 2525 โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทราบจำนวนน้ำหนักข้าวเปลือกแต่ละชนิดที่จำเลยรับฝากไว้ได้สูญหายไปจากการรับฝากของจำเลยและให้จำเลยชดใช้ราคาแทนนั้น ถือได้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้แล้ว อายุความจึงเริ่มนับแต่วันดังกล่าว โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 31พฤษภาคม 2533 ยังไม่เกิน 10 ปี จึงไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร · จำเลย - นายคำ เลิศทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพะเยา - นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายชวลิต ธรรมฤาชุ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา