⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7348/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7348/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การโอนสิทธิการเช่าสำเร็จลุล่วง แต่กลับละเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวจนเป็นเหตุให้การโอนสิทธิการเช่าไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถือว่าฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายผิดสัญญา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาว่าจะโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ภายในวันที่22สิงหาคม2534ซึ่งจำเลยทราบดีว่าการโอนสิทธิการเช่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเสียก่อนโดยต้องใช้เวลาในการยื่นเรื่องราวจนได้รับอนุมัติอย่างน้อย1เดือนแต่จำเลยมิได้ดำเนินการยื่นเรื่องราวขอโอนก่อนวันครบกำหนดที่จะต้องโอนตามสัญญาเดิมดังนั้นจะอ้างว่าโจทก์บ่ายเบี่ยงเรื่องค่าธรรมเนียมการต่ออายุสัญญาเช่าซึ่งค่าธรรมเนียมดังกล่าวต้องชำระในวันโอนหากไม่ยื่นเรื่องราวขอโอนเสียก่อนก็ไม่อาจอนุมัติให้โอนได้หากจำเลยขออนุมัติให้โอนไว้แล้วโจทก์ไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมจึงจะถือได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเมื่อจำเลยยังมิได้ยื่นเรื่องราวขอโอนไว้ก่อนจึงไม่มีเหตุที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะปฏิเสธแต่เมื่อโจทก์และจำเลยขอโอนสิทธิการเช่าในวันครบกำหนดโอนแล้วได้รับการปฏิเสธย่อมถือได้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปฏิเสธการโอนสิทธิการเช่าดังกล่าวแก่โจทก์แล้วจำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาต้องคืนเงินมัดจำแก่โจทก์ สัญญาระบุว่าค่าต่อสัญญาเช่ากับค่าธรรมเนียมการโอนสิทธิการเช่าผู้จะรับโอนเป็นผู้ชำระซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องชำระเมื่อโจทก์เคยขอให้จำเลยร้องขอลดค่าธรรมเนียมการต่ออายุสัญญาเช่าจึงมีการรั้งรอที่จะยื่นเรื่องราวขอโอนสิทธิการเช่านั้นว่าโจทก์มีส่วนในความล่าช้าของการดำเนินการอยู่ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.23 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ซึ่งจำเลยเป็นผู้มีสิทธิการเช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทยให้แก่โจทก์ โดยได้วางมัดจำให้จำเลยในวันทำสัญญาบางส่วน เงินส่วนที่เหลือตกลงชำระในวันโอนสิทธิการเช่า หากจำเลยไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าได้ จำเลยยินยอมคืนเงินมัดจำและใช้ค่าเสียหายเป็นเบี้ยปรับแก่โจทก์เมื่อถึงวันนัดโอนจำเลยผิดสัญญาขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำและชำระเบี้ยปรับแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเนื่องจากสัญญาระบุว่า ค่าต่อสัญญาเช่ากับค่าธรรมเนียมการโอนสิทธิผู้จะรับโอนเป็นผู้ชำระโจทก์บ่ายเบี่ยงการรับโอนเรื่อยมาและในวันครบกำหนดจำเลยได้เตรียมเอกสารการโอนเพื่อดำเนินการโอนสิทธิตามสัญญา แต่โจทก์ไม่ยอมรับโอนจำเลยไม่ได้ประพฤติผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 220,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยตกลงตามสัญญาจะต้องโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ภายในวันที่ 22 สิงหาคม 2534ซึ่งจำเลยทราบดีว่า การโอนสิทธิการเช่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเสียก่อนโดยใช้เวลาในการยื่นเรื่องราวจนได้รับอนุมัติอย่างน้อยเป็นเวลา 1 เดือน แต่จำเลยมิได้ดำเนินการยื่นเรื่องราวขอโอนก่อนวันครบกำหนดที่จะต้องโอนตามสัญญา การจะอ้างว่าโจทก์บ่ายเบี่ยงเรื่องค่าธรรมเนียมการต่ออายุสัญญาเช่านั้นค่าธรรมเนียมการต่ออายุสัญญาเช่าก็ต้องชำระในวันโอนหากไม่ยื่นเรื่องราวขอโอนเสียก่อนก็ไม่อาจอนุมัติให้โอนได้หลังจากจำเลยไปติดต่อที่การรถไฟแห่งประเทศไทยในวันที่3 เมษายน 2534 แล้วมีเวลาถึง 3 เดือนเศษ ที่จะดำเนินการได้แต่จำเลยมาทวงเตือนโจทก์ในเดือนสิงหาคม 2534 และไม่ดำเนินการใด ๆ เลยจนถึงวันครบกำหนดโอน ซึ่งหาก ขออนุมัติให้โอนไว้แล้วโจทก์ไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุสัญญาเช่าตามสัญญา จึงจะถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่อ้างว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยยังไม่ได้ปฏิเสธในเรื่องที่จำเลยจะโอนสิทธิการเช่าแก่โจทก์ จึงยังไม่เป็นการผิดสัญญาตามสัญญาข้อ 4 เมื่อจำเลยยังมิได้ยื่นเรื่องราวขอโอนไว้ก่อนจึงไม่มีเหตุที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะปฏิเสธ แต่เมื่อโจทก์และ จำเลยขอโอนสิทธิการเช่าต่อนายสถานีรถไฟนครปฐมในวันที่ครบกำหนดโอนแล้วได้รับการปฏิเสธไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าให้ในวันดังกล่าวได้ ย่อมถือได้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปฏิเสธการโอนสิทธิการเช่าดังกล่าวแก่โจทก์แล้ว จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาชอบที่จะต้องคืนเงินมัดจำให้โจทก์ เห็นว่า ตามสัญญาระบุว่าค่าต่อสัญญาเช่ากับค่าธรรมเนียมการโอนสิทธิการเช่าผู้จะรับโอนเป็นผู้ชำระซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องชำระ โจทก์เคยขอให้จำเลยร้องขอลดหย่อนค่าธรรมเนียมการต่ออายุสัญญาเช่า จึงมีการรั้งรอที่จะยื่นเรื่องราวขอโอนสิทธิการเช่า นับว่าโจทก์มีส่วนในความล่าช้าของการดำเนินการ ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า คำขอให้ชำระเบี้ยปรับให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7348/2538 นาย มานิตย์ อุทารวุฒิพงศ์ โจทก์ นาย ปราโมทย์ ปิยะปราโมทย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย มานิตย์ อุทารวุฒิพงศ์ · จำเลย - นาย ปราโมทย์ ปิยะปราโมทย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 590/2470ฎีกา 585/2543ฎีกา 2302/2518ฎีกา 770/2486ฎีกา 4015/2528ฎีกา 958/2535ฎีกา 1658/2527ฎีกา 449/2546ฎีกา 1207/2516ฎีกา 2139/2565ฎีกา 463/2503ฎีกา 788/2499ฎีกา 2118/2523ฎีกา 1141/2502ฎีกา 3373/2535ฎีกา 2738/2554ฎีกา 3912/2526ฎีกา 1265/2551ฎีกา 4443/2559ฎีกา 2720/2526ฎีกา 44/2532ฎีกา 4932/2541ฎีกา 783/2565ฎีกา 1446/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา