คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7364-7365/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายมิได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในสำนวนคดีหลัง และต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยโจทก์และจำเลยในสำนวนหลังมิได้อุทธรณ์ ผู้เสียหายจึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ในสำนวนคดีหลังนั้น
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกันแต่ในสำนวนหลังของศาลชั้นต้นผู้เสียหายมิได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแล้วโจทก์และจำเลยที่8(โจทก์และจำเลยในสำนวนหลัง)มิได้ยื่นอุทธรณ์ผู้เสียหายจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์การที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมในสำนวนแรกยื่นอุทธรณ์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์เกี่ยวกับสำนวนคดีหลังจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบศาลอุทธรณ์ภาค1ไม่มีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาคดีดังกล่าวได้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค1เกี่ยวกับจำเลยที่8จึงไม่ชอบและไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่8ต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดี ทั้ง สอง สำนวน นี้ ศาลชั้นต้น รวม พิจารณา พิพากษา เข้า ด้วยกันโดย เรียก จำเลย ที่ 1 ถึง ที่ 7 ใน สำนวน แรก ว่า จำเลย ที่ 1 ถึง ที่ 7และ เรียก จำเลย ใน สำนวน หลัง ว่า จำเลย ที่ 8
โจทก์ ทั้ง สอง สำนวน ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ จำเลย ทั้ง แปด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 264, 265, 266, 268, 341, 91 ให้จำเลย ทั้ง แปด คืน หรือ ใช้ เงิน 1,297,400 บาท แก่ ผู้เสียหาย และริบของกลาง
จำเลย ทั้ง แปด ให้การ ปฎิเสธ
ระหว่าง พิจารณา นาย วิรัตน์ ผู้เสียหาย ยื่น คำร้องขอ เข้า ร่วม เป็น โจทก์ ใน สำนวน แรก ศาลชั้นต้น อนุญาต
ศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ ทั้ง สอง สำนวน
โจทก์ร่วม อุทธรณ์ ทั้ง สอง สำนวน
ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษาแก้ เป็น ว่า จำเลย ที่ 1 ที่ 4 ถึง ที่ 8มี ความผิด ฐาน ใช้ เอกสารราชการ ปลอม ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 วรรคแรก , 83 ลงโทษ จำคุก คน ละ 2 ปี จำเลย ที่ 3 มี ความผิด ฐานเป็น ผู้สนับสนุน ใน ความผิด ฐาน ใช้ เอกสารราชการ ปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก , 86 ลงโทษ จำคุก1 ปี 4 เดือน นอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้น
จำเลย ที่ 1 ที่ 3 ถึง ที่ 8 ฎีกา
ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ใน สำนวน คดีอาญา หมายเลขแดง ที่ 981/2536(สำนวน หลัง ) ของ ศาลชั้นต้น นาย วิรัตน์ ผู้เสียหาย ไม่ได้ ยื่น คำร้องขอ เข้าร่วม เป็น โจทก์ เมื่อ ศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้อง แล้วโจทก์ และ จำเลย ที่ 8 มิได้ ยื่น อุทธรณ์ นาย วิรัตน์ ผู้เสียหาย ใน คดี ดังกล่าว จึง ไม่มี สิทธิ ที่ จะ ยื่น อุทธรณ์ การ ที่นาย วิรัตน์ ซึ่ง เป็น โจทก์ร่วม ใน สำนวน คดีอาญา หมายเลขแดง ที่ 980/2536 (สำนวน แรก )ยื่น อุทธรณ์ ฉบับ ลง ใน วันที่ 11 ตุลาคม 2536 โดย อุทธรณ์ ทั้ง สองสำนวน นั้น อุทธรณ์ เกี่ยวกับ สำนวน คดีอาญา หมายเลขแดง ที่ 981/2536จึง เป็น อุทธรณ์ ที่ ไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 ไม่มี อำนาจ ที่ จะ พิจารณาพิพากษา ดังกล่าว ได้ คำพิพากษา ของ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 เกี่ยวกับจำเลย ที่ 8 จึง ไม่ชอบ ศาลฎีกา เห็นสมควร แก้ไข เสีย ให้ ถูกต้องและ ไม่จำต้อง วินิจฉัย ฎีกา ของ จำเลย ที่ 8 ต่อไป
พิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ยก คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 เฉพาะที่ เกี่ยวกับ จำเลย ที่ 8 ริบของกลาง นอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ภาค 1
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7364 - 7365/2538
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาย วิรัตน์ ตั้งอดุลย์รัตน์ โจทก์
สิบโท มานะ บุญกลาง กับพวก ฯลฯ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย วิรัตน์ ตั้งอดุลย์รัตน์ · จำเลย - สิบโท มานะ บุญกลาง กับพวก ฯลฯ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บรรเทิง มุลพรม · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา