คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8147/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ได้รับสิทธิในที่ดินตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะโอนสิทธินั้นไม่ได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดโดยมรดก แม้ผู้รับสิทธิจะเคยมีสิทธิครอบครองที่ดินมาก่อน แต่เมื่อที่ดินนั้นตกเป็นของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้ว สิทธิในการจัดสรรที่ดินจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักงานฯ
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในเขตการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิเฉพาะตัว ห้ามมิให้ผู้ที่ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินโอนสิทธินั้นไปยังบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นการตกทอดโดยทางมรดก ตาม พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 39แม้จำเลยทั้งสองจะเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทมาก่อนปฏิรูปที่ดิน แต่เมื่อทางราชการประกาศให้เขตที่ที่ดินพิพาทตั้งอยู่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้ว ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตาม พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 36 ทวิ ย่อมมีสิทธิที่จะนำไปให้บุคคลใดที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนเข้าไปครอบครองทำประโยชน์ได้ เมื่อทางสำนักงานปฏิรูปที่ดินได้ตรวจสอบคุณสมบัติของโจทก์แล้วอนุญาตให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองจะอ้างว่าตนมีสิทธิครอบครองมาแต่เดิมหาได้ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยทั้งสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจุล คชเม่น · จำเลย - นายสา ศรีบัวสด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมปอง เสนเนียม · พิมล สมานิตย์ · ผล อนุวัตรนิติการ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ เพชรรุ่ง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา