⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8447/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8447/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
กรมสรรพากรมีสิทธินำหนี้ภาษีอากรค้างมายื่นขอเฉลี่ยในคดีที่มีการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ ถึงแม้มิใช่หนี้อันเกิดจากคำพิพากษาก็ตาม และสามารถยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ภายในกำหนดเวลาหลังศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาด

ย่อคำพิพากษา

กรมสรรพากรมีสิทธินำหนี้ภาษีอากรค้างมายื่นขอเฉลี่ยในคดีที่มีการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 290 วรรคสามได้ ถึงแม้มิใช่หนี้อันเกิดจากคำพิพากษาก็ตาม ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2534 ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอเฉลี่ยภายในวันที่ 22 สิงหาคม 2534 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสี่มิใช่ต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงินจำนวน 6,819,561.64 บาท แก่โจทก์จำเลยผิดนัดโจทก์จึงขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดอายัดทรัพย์สินของจำเลย เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเครื่องจักร อุปกรณ์และเครื่องใช้สำนักงาน และได้นำออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเฉลี่ยหนี้ภาษีอากรค้างชำระจำนวน77,074,440.26 บาท จากเงินทั้งหมดที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดไป โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อต่อไปโจทก์ฎีกาว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธินำหนี้ภาษีอากรที่ประเมินมาขอเฉลี่ยได้เพราะมิใช่หนี้อันเกิดจากคำพิพากษานั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสามบัญญัติว่า "เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรในอันที่จะสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อชำระค่าภาษีอากรค้างให้มีสิทธิขอเฉลี่ยในทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานดังกล่าวได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้วเช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามความในวรรคหนึ่ง แต่ถ้าเจ้าพนักงานมิได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อน ให้ขอเฉลี่ยได้ภายในบังคับของบทบัญญัติวรรคสอง" ดังนั้นผู้ร้องจึงมีสิทธินำหนี้ภาษีอากรที่ประเมินมาขอเฉลี่ยได้ ถึงแม้มิใช่หนี้อันเกิดจากคำพิพากษาก็ตาม ปัญหาข้อต่อไปโจทก์ฎีกาว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เข้ามาในคดีนี้ภายหลังที่ศาลได้มีคำสั่งขายทอดตลาดไปแล้วจึงพ้นกำหนดเวลาขอเฉลี่ยนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสี่บัญญัติว่า "ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น คำขอเช่นว่านี้ให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้น" คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอนุญาตให้ขายทอดตลาดวันที่ 8 สิงหาคม 2534 ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอเฉลี่ยภายในวันที่ 22 สิงหาคม 2534 ได้ มิใช่ต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดตามที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8447/2538 บริษัท แฟร์มอนท์ สเตท จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร ผู้ร้อง บริษัท ไซมิสทิน ซินติเกต จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท แฟร์มอนท์ สเตท จำกัด · ผู้ร้อง - กรมสรรพากร · จำเลย - บริษัท ไซมิสทิน ซินติเกต จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ ทองแย้ม · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3181/2528ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 1252/2501ฎีกา 271/2549ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1776/2512ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 6300/2552ฎีกา 85/2529ฎีกา 1065/2505ฎีกา 5449/2531ฎีกา 591/2513ฎีกา 2842/2549ฎีกา 462/2507ฎีกา 553/2510ฎีกา 482/2519ฎีกา 6278/2560ฎีกา 1254/2503ฎีกา 2224/2514ฎีกา 5749/2553ฎีกา 176/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา