คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1830/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลจะยกฟ้อง เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ศาลจะยกคดีขึ้นไต่สวนมูลฟ้องใหม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้องไว้ในวันที่ 25 มีนาคม 2537 เวลา13.30 นาฬิกา แต่ปรากฏว่าส่งหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องให้จำเลยไม่ได้เพราะไม่พบจำเลย และจำเลยไม่มีภูมิลำเนาตามฟ้อง ก่อนวันนัดทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาสืบหาภูมิลำเนาของจำเลยเพื่อดำเนินการต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้สืบหาภูมิลำเนาจำเลยได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2537 ครั้นถึงวันนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้องตาม ป.วิ.อ.มาตรา 166 วรรคหนึ่งดังนี้ เห็นได้ว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบหาภูมิลำเนาจำเลยจนถึงวันที่ 31มีนาคม 2537 จึงมีเหตุทำให้โจทก์เชื่อว่าศาลไม่อาจทำการไต่สวนมูลฟ้องในวันนัดนั้นได้ เพราะยังไม่ได้ส่งหมายนัดและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย ถือว่ามีเหตุสมควรให้ศาลยกคดีนี้ขึ้นไต่สวนมูลฟ้องใหม่ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 166 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจันทร์ ธรรมดา · จำเลย - นายวสันต์ เอื้ออารยะทัศนี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายเฉลิม ชอบธรรม · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสถิตย์ อรรถบลยุบล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา