⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4750/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4750/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความมอบฉันทะให้เสมียนทนายทำการแทนในการยื่นคำร้องและฟังคำสั่ง ถือว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และเสมียนทนายที่ได้รับมอบฉันทะให้ทำการแทนทนายความนั้น ถือเป็นผู้ทำการแทนทนายโจทก์ โจทก์จึงไม่ถือว่าผิดนัด

ย่อคำพิพากษา

วันนัดไต่สวนมูลฟ้องนัดแรก โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนการไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต เมื่อถึงวันนัดทนายโจทก์มอบฉันทะให้ ก. เสมียนทนายยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีก โดยในใบมอบฉันทะมีใจความว่า ทนายโจทก์ขอมอบฉันทะให้ ก. เสมียนทนายทำการแทนโดยทนายโจทก์ยอมรับผิดในการที่ผู้รับมอบฉันทะได้ทำไปทุกประการในกิจการเกี่ยวกับการยื่นคำร้อง ฟังคำสั่ง และกำหนดวันนัดแทนเช่นนี้ การแต่งตั้ง ก. เสมียนทนายให้มาทำการแทนทนายโจทก์จึงเป็นไปโดยชอบด้วยมาตรา 64 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ในวันนัดดังกล่าวผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์จึงมาศาลในฐานะผู้ทำการแทนทนายโจทก์ กรณีไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคหนึ่ง เพราะคำว่าโจทก์ในบทกฎหมายดังกล่าวย่อมหมายความรวมไปถึงทนายโจทก์ด้วยการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์นำตัวโจทก์มาศาลและให้ทนายโจทก์จัดหาทนายความคนอื่นมาว่าความแทน โดยไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์จึงโทรศัพท์ติดต่อกับทางสำนักงานแล้วแถลงต่อศาลว่า โจทก์ขอเลื่อนคดีไปในเวลาบ่ายเพื่อติดตามพยาน เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีจากเวลาเข้าไปเวลาบ่ายวันเดียวกันดังกล่าว ก็จะถือว่าการเป็นผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์สิ้นสุดลงไปแล้วในเวลาเช้าหาได้ไม่ เมื่อถึงเวลานัดผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์แถลงว่า ทนายโจทก์ไม่มาศาลและขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตและถือว่าโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนด จึงให้ยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 166 วรรคหนึ่ง จึงเป็นการไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.166 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.64

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาผู้ปกครองของนางสาวจุฬาลักษณ์ รัตนาชาตรี เมื่อระหว่างเดือนพฤษภาคม 2533และระหว่างเดือนตุลาคม 2533 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นได้ร่วมกันจัดหาและชักพาไปเพื่อการอนาจาร โดยพานางสาวจุฬาลักษณ์ซึ่งมีอายุไม่เกิน 18 ปี ไปไว้ที่บ้านของจำเลยทั้งสองเพื่อให้นายแสงชัย นราเกษแก้ว กระทำชำเราขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสอง, 90, 91, 83 ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้องนัดแรกในวันที่ 13 ธันวาคม 2534 เวลา 8.30 นาฬิกา ต่อมาในวันที่4 ธันวาคม 2534 โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนการไต่สวนมูลฟ้องไปเป็นวันที่ 26 ธันวาคม 2534 เวลา 9 นาฬิกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตเมื่อถึงวันนัดทนายโจทก์มอบฉันทะให้นายกงจักร์ จันทราทิพย์เสมียนทนายยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีก โดยอ้างว่าติดว่าความที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการซึ่งได้นัดไว้ก่อน ไม่สามารถมาศาลได้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์นำตัวโจทก์มาศาลและให้ทนายโจทก์จัดหาทนายความคนอื่นมาว่าความแทน ศาลจะไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์ได้โทรศัพท์ติดต่อกับทางสำนักงานแล้วแถลงต่อศาลว่า โจทก์ขอเลื่อนคดีไปในเวลาบ่ายเพื่อติดตามพยาน ศาลชั้นต้นให้เลื่อนคดีไปไต่สวนมูลฟ้องในเวลาบ่ายเมื่อถึงเวลานัดผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์แถลงว่า ทนายโจทก์ไม่มาศาลและขอเลื่อนคดีไปนัดไต่สวนในวันที่ 27 ธันวาคม 2534เวลา 8.30 นาฬิกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต และถือว่าโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนด จึงให้ยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 166 วรรคหนึ่ง เห็นว่า ตามความในบทบัญญัติของมาตรา 166 วรรคหนึ่ง ดังกล่าว ถ้าโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดให้ศาลมีอำนาจยกฟ้องโจทก์เสียได้ คำว่าโจทก์ในบทกฎหมายดังกล่าวย่อมหมายความรวมไปถึงทนายโจทก์ด้วย คดีนี้ปรากฏว่าในวันที่26 ธันวาคม 2534 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีไปโดยได้ยื่นใบมอบฉันทะมาด้วย ใบมอบฉันทะมีใจความว่า ทนายโจทก์ขอมอบฉันทะให้นายกงจักร์ จันทราทิพย์ เสมียนทนายทำการแทน โดยทนายโจทก์ยอมรับผิดชอบในการที่ผู้รับมอบฉันทะได้ทำไปทุกประการ ในกิจการเกี่ยวกับการยื่นคำร้อง ฟังคำสั่ง และกำหนดวันนัดแทน เช่นนี้การแต่งตั้งนายกงจักร์เสมียนทนายให้มาทำการแทนทนายโจทก์จึงเป็นไปโดยชอบด้วยมาตรา 64 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ในวันนัดดังกล่าวเสมียนทนายโจทก์จึงมาศาลในฐานะผู้ทำการแทนทนายโจทก์กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ไม่มาศาลตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคหนึ่ง และการที่ศาลชั้นต้นให้เลื่อนคดีไปเวลาบ่ายในวันเดียวกันดังกล่าว ก็จะถือว่าการเป็นผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์สิ้นสุดลงไปแล้วในเวลาเข้าหาได้ไม่ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้นจึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4750/2536 นาง สุมาลี คง ทิพย์ โจทก์ นาย จิงเฮียง แซ่เว้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุมาลี คง ทิพย์ · จำเลย - นาย จิงเฮียง แซ่เว้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4970/2538ฎีกา 15230/2555ฎีกา 5461/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา