⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6041/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6041/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อ้างเอกสารในสำนวนทวงหนี้ลูกหนี้เป็นพยาน แม้จะขออ้างส่งเฉพาะเอกสารบางฉบับ ก็ไม่จำต้องยื่นบัญชีพยานหรือขอระบุพยานเพิ่มเติมอีก

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านได้อ้างสรรพเอกสารในสำนวนทวงหนี้ลูกหนี้รายผู้ร้องเป็นพยาน โดยระบุไว้ในบัญชีพยานแล้ว แม้จะขออ้างส่งเฉพาะเอกสารบางฉบับในสำนวนก็ไม่จำต้องยื่นบัญชีพยานหรือขอระบุพยานเพิ่มเติมต่างหากอีก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านเรียกหนี้ค่าหุ้นที่ค้างชำระจากผู้ร้อง ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ถือว่าคดีถึงที่สุดนับแต่ระยะเวลาที่อาจฎีกาได้สิ้นสุดลง ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเมื่อยังไม่เกิน 10 ปี นับแต่คดีถึงที่สุดจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสี่เด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2518 และพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ล้มละลายเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2519 ต่อมาวันที่26 พฤศจิกายน 2535 ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีให้ยึดทรัพย์ผู้ร้องในมูลหนี้ค่าหุ้นที่ค้างชำระจำนวน 375,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2519เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จตามคำขอของผู้คัดค้าน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อประมาณปี 2519 ผู้คัดค้านได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องชำระหนี้ค่าหุ้นจำนวน 375,000 บาทผู้ร้องได้ปฎิเสธต่อผู้คัดค้านว่า ไม่เคยซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1การมีชื่อในบัญชีผู้ถือหุ้นเป็นการแอบอ้างของกรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 โดยพลการ ผู้คัดค้านเห็นว่าผู้ร้องมิได้ค้างชำระค่าหุ้นแต่ประการใด จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งผู้คัดค้านต่อศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นสั่งให้ไต่สวน ชั้นไต่สวนผู้ร้องให้การปฎิเสธหนี้ไว้หลังจากนั้นก็มิได้ติดตามหรือทราบคำสั่งศาลอีก และไม่เคยได้รับคำบังคับแต่อย่างใด จนกระทั่งเมื่อปลายเดือนกันยายน 2535ผู้ร้องได้รับคำบังคับฉบับลงวันที่ 27 สิงหาคม 2535 จึงทราบว่าเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2522 ศาลได้มีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระหนี้ค่าหุ้น การที่ผู้คัดค้านได้ดำเนินการขอออกคำบังคับและหมายบังคับคดี และศาลได้ออกหมายบังคับคดีให้เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2535 จึงเป็นการล่วงเลยระยะเวลา 10 ปี เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งยกหมายบังคับคดีดังกล่าว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า หลังจากผู้คัดค้านมีคำสั่งให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ โจทก์ได้ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งผู้คัดค้านต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2522 ให้ผู้คัดค้านเรียกผู้ร้องชำระค่าหุ้นที่ค้างชำระผู้ร้องจึงอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น ต่อมาวันที่ 14 พฤศจิกายน 2527 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านรับคำบังคับมาส่งให้แก่ผู้ร้องและส่งได้โดยวิธีปิดคำบังคับเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2534 ต่อมาผู้คัดค้านทราบว่าผู้ร้องได้ย้ายภูมิลำเนาไปแล้วจึงได้ขอให้ศาลออกคำบังคับใหม่และได้ส่งคำบังคับแก่ผู้ร้องโดยวิธีปิดคำบังคับเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2535 ครั้นครบกำหนดตามคำบังคับแล้วผู้ร้องมิได้ปฎิบัติตามคำบังคับ ผู้คัดค้านจึงได้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและศาลได้ออกหมายบังคับเมื่อวันที่ 26พฤศจิกายน 2535 เมื่อนับระยะเวลาตั้งแต่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ผู้ร้องชำระหนี้ต่อผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 14พฤศจิกายน 2527 ถึงวันศาลออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 26พฤศจิกายน 2535 จึงเป็นการขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 271 แล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้คัดค้านอ้างสรรพเอกสารในสำนวนทวงหนี้ลูกหนี้รายผู้ร้องเป็นพยานหลักฐาน ผู้คัดค้านจำต้องส่งสำนวนดังกล่าวต่อศาลทั้งสำนวน หาใช่แยกส่งเอกสารแต่ละฉบับตามที่ผู้คัดค้านส่งต่อศาลหากผู้คัดค้านประสงค์จะอ้างเอกสารแต่ละฉบับก็ควรยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมให้ชัดเจน ดังนั้น การอ้างและส่งเอกสารจึงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ควรรับฟังนั้นในข้อนี้ปรากฎว่า ผู้ร้องได้โต้แย้งไว้แล้วตามคำร้องของผู้ร้องลงวันที่ 2กรกฎาคม 2536 โดยโต้แย้งว่า ผู้คัดค้านอ้างส่งเอกสารหมายค.1 ถึง ค.11 แต่มิได้ระบุไว้ในบัญชีพยานหรือยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมแต่อย่างใด เป็นการไม่ชอบแม้ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในฎีกาข้อนี้ โดยอ้างว่าผู้ร้องไม่ได้โต้แย้งไว้ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียวโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เห็นว่าผู้คัดค้านได้อ้างสรรพเอกสารในสำนวนทวงหนี้ลูกหนี้รายผู้ร้องเป็นพยานโดยระบุไว้ในบัญชีพยานของผู้คัดค้านแล้ว เอกสารหมาย ค.1 ถึง ค.11เป็นเอกสารส่วนหนึ่งซึ่งอยู่ในสำนวนทวงหนี้ลูกหนี้รายผู้ร้องแม้ผู้คัดค้านจะขออ้างส่งเฉพาะเอกสารหมาย ค.1 ถึง ค.11 ก็ไม่จำต้องยื่นบัญชีพยานหรือขอระบุพยานเพิ่มเติมต่างหากอีกฎีกาข้อนี้ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น ข้อที่ผู้ร้องฎีกาว่า ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีภายหลังระยะเวลา 10 ปี นับแต่คดีถึงที่สุดแล้วนั้น เห็นว่าเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านเรียกหนี้ค่าหุ้นที่ค้างชำระจากผู้ร้อง ผู้ร้องได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา จึงถือว่าคดีถึงที่สุดนับแต่ระยะเวลาที่อาจฎีกาได้สิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147วรรคสอง มิใช่ถึงที่สุดนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังที่ผู้ร้องฎีกามา คดีนี้ปรากฎว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2527 ผู้คัดค้านขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2535 และศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2535 จึงยังไม่เกิน10 ปี นับแต่คดีถึงที่สุด ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6041/2539 บรรษัท เงินทุน อุตสาหกรรม แห่งประเทศ ไทย โจทก์ นาย พร้อม ลุลิตานนท์ ผู้ร้อง เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน บริษัท ห้องเย็น สมุทรสาคร จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บรรษัท เงินทุน อุตสาหกรรม แห่งประเทศ ไทย · ผู้ร้อง - นาย พร้อม ลุลิตานนท์ · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - บริษัท ห้องเย็น สมุทรสาคร จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ คำอ่อน · สมาน เวทวินิจ · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3007/2525ฎีกา 6968/2537ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1022/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 5272/2544ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1763/2551ฎีกา 185/2566ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 5647/2537ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ