คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6520/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยอ้างว่าไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานใดมาสืบเพื่อประโยชน์ของตน จำเลยต้องแสดงเหตุอันสมควรให้ศาลเห็นได้ว่าเหตุใดจึงไม่สามารถทราบได้ และเหตุใดจึงไม่ทราบว่าพยานหลักฐานนั้นมีอยู่จริงตามหลักกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยอ้างว่าจำเลยมีการศึกษาน้อยจึงไม่ทราบวิธีดำเนินกระบวนพิจารณาคดีและมิได้โต้แย้งทักท้วงการยื่นบัญชีระบุพยานของทนายจำเลยนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างจำเลยกับทนายของจำเลยเอง ส่วนข้อที่อ้างว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าจะต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของจำเลยว่าพยานหลักฐานได้มีอยู่นั้น จำเลยมิได้แสดงถึงเหตุอันสมควรให้ฟังได้ว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนอย่างไร และมิได้แสดงถึงเหตุที่จำเลยไม่ทราบว่าพยานหลักฐานได้มีอยู่ไว้ในคำร้องตามนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรรคสี่ กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยไว้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจำลอง พันธุ์สุวรรณ ฯ · จำเลย - นายเครือ สุขสว่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กอบเกียรติ รัตนพานิช · สมมาตร พรหมานุกูล · ชลอ บุณยเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประวิทย์ อิทธิชัยวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต ธรรมฤาชุ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา