คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6638/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้โอนทรัพย์สินให้แก่บุคคลภายนอกโดยที่บุคคลภายนอกรู้อยู่แล้วว่าลูกหนี้นั้นมีหนี้สินอยู่และทรัพย์สินที่โอนนั้นเป็นทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวของลูกหนี้ และการโอนนั้นทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้มีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการโอนทรัพย์สินนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 2 ทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์มาก่อนที่โจทก์จะฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีแพ่งต่อศาลชั้นต้น ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินของตนพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 2 นั้น จำเลยที่ 2 ย่อมทราบแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ และปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มีที่ดินเพียงแปลงเดียวดังกล่าวจำเลยที่ 1 จึงไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาได้ การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำให้โจทก์เสียเปรียบ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 237
ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2เพราะขณะยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 อยู่ต่างประเทศนั้น เป็นเรื่องเฉพาะตัวจำเลยที่ 2โดยจำเลยที่ 2 ไม่ได้มาต่อสู้คดีนี้ ศาลจึงไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวรรณี โตสิตระกูล · จำเลย - นายปกรณ์ ไพบูลย์ตลอดการ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิวัตน์ แก้วเกิดเคน · ยงยุทธ ธารีสาร · ยรรยง ปานุราช |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายพิเศษ อิทธิธรรมวินิจ · ศาลอุทธรนณ์ - นายอำนวย หมวดเมือง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา