⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 383/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าทรัพย์สินนั้นโดยปกติเป็นสัญญาที่มุ่งถึงคุณสมบัติของผู้เช่าเป็นสำคัญ สิทธิของผู้เช่าจึงมีสภาพเป็นเฉพาะตัว และโดยหลักแล้วสัญญาเช่าจะระงับไปเมื่อผู้เช่าตาย ไม่ตกทอดไปยังทายาท เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น

ย่อคำพิพากษา

การเช่าทรัพย์สินนั้นปกติฝ่ายผู้ให้เช่าย่อมเพ่งเล็งถึงคุณสมบัติของผู้เช่าว่าจะสมควรได้รับความไว้วางใจในการใช้ทรัพย์สินที่เช่าและในการดูแลทรัพย์สินที่เช่าหรือไม่ฉะนั้นสิทธิของผู้เช่าจึงมีสภาพเป็นการเฉพาะตัวเมื่อผู้เช่าตายสัญญาเช่าเป็นอันระงับไปไม่ตกทอดไปถึงทายาทที่สัญญาเช่าข้อ4ระบุว่าในระหว่างสัญญาเช่ายังไม่ครบกำหนดอายุสัญญาผู้เข่ามีสิทธิที่จะโอนการเช่าให้แก่ผู้อื่นได้แต่ต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินให้แก่ผู้ให้เช่านั้นเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการโอนการเช่าในระหว่างที่ผู้ให้เช่าและผู้เช่ายังมีชีวิตอยู่ซึ่งอาจทำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา544และเป็นเพียงบุคคลสิทธิผูกพันเฉพาะคู่สัญญาหาได้ตกทอดมายังจำเลยแต่อย่างใดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 74580 และตึกแถวเลขที่ 11/134-136 โดยซื้อมาจากนางสาวศิริกุล จิตรชื่น เดิมนางสาวศิริกุลได้ให้นายหลิวกาหยุงเซี่ยงหลิว เช่าอยู่ ต่อมานายหลิวกาหยุงถึงแก่ความตายเป็นเหตุให้สัญญาเช่าระงับ จำเลยซึ่งเป็นบุตรของนายหลิวกาหยุงและเป็นบริวารจึงไม่มีสิทธิอยู่ในตึกแถวพิพาทอีกต่อไป ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวพิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองในอัตราเดือนละ 24,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกพิพาท และส่งมอบตึกแถวพิพาทคืนโจทก์ทั้งสองเสร็จสิ้น จำเลยให้การว่า สัญญาเช่าระหว่างนายหลิวหาหยุงกับนางสาวศิริกุลเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา เนื่องจากนายหลิวกาหยุงได้จ่ายเงินช่วยค่าก่อสร้างตึกแถวพิพาทดังกล่าวให้แก่นางสาวศิริกุล สิทธิการเช่าจึงเป็นทรัพย์มรดกของนายหลิวกาหยุง โจทก์เสียหายไม่เกินเดือนละ 300 บาทขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ยก ฟ้องโจทก์ โจทก์ ทั้ง สอง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยขนย้ายยกทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 11/134-136 ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียนเขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร และส่งมอบตึกแถวคืนแก่โจทก์ทั้งสองให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองในอัตราเดือนละ 6,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวดังกล่าวและส่งมอบตึกแถวคืนแก่โจทก์ทั้งสองเสร็จขึ้น จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 4 ระบุว่า ในระหว่างสัญญาเช่ายังไม่ครบกำหนดอายุสัญญา ผู้เช่ามีสิทธิที่จะโอนกรรมสิทธิการเช่าให้แก่ผู้อื่นได้ แต่จะต้องชำระเงินให้แก่ผู้ให้เช่าเป็นค่าตอบแทนจำนวน 2,000 บาท ซึ่งเป็นการให้สิทธิแก่ผู้เช่าที่จะโอนสิทธิการเช่าให้แก่ผู้ใดก็ได้ แต่ต้องเสียค่าตอบแทนให้แก่ผู้ให้เช่าเป็นเงินจำนวนหนึ่ง สิทธิการเช่าของนายหลิวกาหยุง จึงเป็นทรัพย์สิทธิเมื่อนายหลิวกาหยุงผู้เช่าตาย สิทธิการเช่าซึ่งเป็นทรัพย์สิทธิก็ย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่จำเลยผู้เป็นทายาท สัญญาเช่าดังกล่าวหาได้เป็นบุคคลสิทธิดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การเช่าทรัพย์สินนั้นปกติฝ่ายผู้ให้เช่าย่อมเพ่งเล็งถึงคุณสมบัติผู้เช่าว่าจะสมควรได้รับความไว้วางใจในการใช้ทรัพย์สินที่เช่าและในการดูแลทรัพย์สินที่เช่าหรือไม่ฉะนั้น สิทธิของผู้เช่าจึงมีสภาพเป็นการเฉพาะตัว เมื่อผู้เช่าตายสัญญาเช่าเป็นอันระงับไปไม่ตกทอดไปถึงทายาท ที่สัญญาเช่าตามเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 4 ระบุว่าในระหว่างสัญญาเช่ายังไม่ครบกำหนดอายุสัญญา ผู้เช่ามีสิทธิที่จะโอนการเช่าให้แก่ผู้อื่นได้แต่ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้ให้เช่าเป็นเงินจำนวน 2,000 บาทนั้น เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการโอนการเช่าในระหว่างที่ผู้ให้เช่าและผู้เช่ายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งอาจทำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544 และเป็นเพียงบุคคลสิทธิผูกพันเฉพาะคู่สัญญาหาได้ตกทอดมายังจำเลยแต่อย่างใดไม่ โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2540 นาย ธนกร สิงหทองพูน กับพวก โจทก์ นาย ศุภชัย หลิ่วพิริยะวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ธนกร สิงหทองพูน กับพวก · จำเลย - นาย ศุภชัย หลิ่วพิริยะวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 734/2516ฎีกา 767/2518ฎีกา 2389/2540ฎีกา 1798/2506ฎีกา 6239/2551ฎีกา 3760/2533ฎีกา 993/2487ฎีกา 5434/2536ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 461/2552ฎีกา 2253/2524ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1803/2500ฎีกา 1061/2511ฎีกา 953/2505ฎีกา 2857/2523ฎีกา 2160/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ