⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4517/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4517/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ร้องสอดเข้ามาในคดีที่ถึงที่สุดแล้ว แม้จะมีสิทธิร้องสอดได้ แต่หากการดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่จะทำให้คดีล่าช้าไม่เป็นประโยชน์แก่คู่กรณี ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องสอดไปฟ้องเป็นคดีใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินกับบริวารออกจากที่พิพาท คดีถึงที่สุด และอยู่ระหว่างการออกหมายบังคับคดี ดังนั้น แม้ผู้ร้องสอดจะมีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีได้ก็ตาม แต่การที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดี แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ทั้งหมดก็จะทำให้คดีล่าช้าไม่เป็นประโยชน์แก่คู่กรณีจึงสมควรให้ผู้ร้องสอดไปฟ้องเป็นคดีใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริษัทแก๊สซัพพลายส์ จำกัด บริวารออกจากที่ดินพิพาทเพราะจำเลยไม่ชำระค่าเช่า จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องผิดตัว เพราะคู่กรณีของโจทก์คือบริษัทแก๊สซัพพลายส์ จำกัด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง บริษัทแก๊สซัพพลายส์ จำกัด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องกับโจทก์ร่วมกันลงทุนในลักษณะของห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนเพื่อประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์โดยผู้ร้องลงทุนในการก่อสร้างและใบอนุญาต ส่วนโจทก์ลงทุนให้ใช้ที่ดินพิพาท ผู้ร้องมิได้เป็นผู้เช่าและมิใช่บริวารของจำเลย การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยดังกล่าวคำพิพากษาของศาลย่อมจะทำให้ผู้ร้องถูกบังคับขับไล่ ผู้ร้องสอดจึงยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความในคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีตามคำร้องของผู้ร้องสอดไม่มีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) จึงไม่รับคำร้อง ผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้ผู้ร้องสอดจะมีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้ได้ดังข้ออ้างของผู้ร้องสอดก็ตาม เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินกับบริวารออกจากที่พิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน คดีถึงที่สุด และอยู่ระหว่างการออกหมายบังคับคดี ดังนั้นหากศาลฎีกาจะมีคำสั่งย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดี แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ทั้งหมดก็จะทำให้คดีดังกล่าวข้างต้นต้องล่าช้าไม่เป็นประโยชน์แก่คู่กรณี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ผู้ร้องสอดไปฟ้องเป็นคดีใหม่ ฎีกาของผู้ร้องสอดฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ร้องสอดที่จะไปฟ้องคดีใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4517/2540 นาย บุญฤทธิ์ สุจินดา โจทก์ ผู้ร้องสอด โจทก์ บริษัท แก๊สซัพพลายส์ จำกัด โจทก์ นาย กวงเม้ง แซ่โง้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย บุญฤทธิ์ สุจินดา · โจทก์ - ผู้ร้องสอด · โจทก์ - บริษัท แก๊สซัพพลายส์ จำกัด · จำเลย - นาย กวงเม้ง แซ่โง้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล อินทรักษา · สุรินทร์ นาควิเชียร · อมร วีรวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ