⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6718/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6718/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ การวางเงินมัดจำเพียงอย่างเดียวไม่ถือเป็นหลักฐานแห่งสัญญาจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยได้ตกลงกันทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทในรูปแบบมีหลักฐานเป็นหนังสือ การวางมัดจำเป็นเพียงข้อตกลงข้อหนึ่งที่ปรากฏในหลักฐานที่เป็นหนังสือดังกล่าวเท่านั้นนิติกรรมคือสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยจึงก่อซึ่งสิทธิและมุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์และบังคับในรูปแบบของหลักฐานเป็นหนังสือหาใช่เพียงการวางเงินมัดจำไม่ ฉะนั้น การที่จำเลยฎีกาว่าขณะทำสัญญาโจทก์และจำเลยมีข้อตกลงกันว่าหากจำเลยไม่ประสงค์จะขายที่ดินให้แจ้งให้โจทก์ทราบก่อนวันโอนนั้น จึงเป็นกรณีที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบุคคลอันเป็นการเพิ่มเติมนอกเหนือจากหลักฐานที่เป็นหนังสือนั้นอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดิน 2 แปลง ให้แก่โจทก์ แต่จำเลยผิดสัญญาเพราะจะโอนที่ดินให้โจทก์เพียง 1 แปลง โจทก์จึงไม่ยอมรับโอน โจทก์ได้รับความเสียหายที่จะได้รับประโยชน์จากการเข้าทำนากุ้งในที่ดินดังกล่าว ขอคิดค่าเสียหาย300,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดิน น.ส. 3 ก. เลขที่ 1654 และเลขที่ 984 ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้โจทก์ และชำระค่าเสียหาย 300,000 บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้นและรับเงินค่าที่ดิน 200,000 บาท จากโจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจำเลยจะขายที่ดินให้โจทก์เพียง 1 แปลง ถึงวันกำหนดนัดโอนโจทก์ไม่ยอมซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว และไม่วางเงินที่ยังค้างชำระ 200,000 บาท จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาและจะคืนเงินที่รับมาแล้วให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่เสียหายเพราะโจทก์เข้าครอบครองโดยการเช่าที่ดินดังกล่าวเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้กำไรไม่น้อยกว่า 400,000 บาท ทุกสี่เดือน โดยไม่ชำระค่าเช่าให้จำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1654 และเลขที่ 984 ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้โจทก์ และรับชำระเงินค่าที่ดิน 200,000 บาท จากโจทก์ในวันจดทะเบียนโอน หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า ขณะทำสัญญาจะซื้อขายจำเลยและโจทก์มีข้อตกลงกันว่า หากจำเลยไม่ประสงค์จะขายที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 984 ให้แจ้งให้โจทก์ทราบก่อนวันโอน ข้อตกลงดังกล่าวนี้ไม่ต้องห้ามมิให้นำพยานบุคคลมาสืบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาท โจทก์และจำเลยได้ตกลงและกระทำในรูปแบบคือหลักฐานเป็นหนังสือ การวางมัดจำเป็นเพียงข้อตกลงข้อหนึ่งที่ปรากฏในหลักฐานที่เป็นหนังสือดังกล่าวเท่านั้น นิติกรรมคือสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยจึงก่อซึ่งสิทธิและมุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์และบังคับในรูปแบบของหลักฐานเป็นหนังสือหาใช่เพียงการวางเงินมัดจำไม่ จึงเป็นกรณีที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบุคคลอันเป็นการเพิ่มเติมนอกเหนือจากหลักฐานที่เป็นหนังสือนั้นอีก ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาที่ไม่ยอมโอนที่ดินให้แก่โจทก์ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ตามสัญญา ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6718/2540 นาย ธรรมนูญ ตรีตรง โจทก์ นาย เทวินทร์ จินะดิษฐ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ธรรมนูญ ตรีตรง · จำเลย - นาย เทวินทร์ จินะดิษฐ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย วิมลเศรษฐ · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · บุญศรี แก้วสาร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 224/2530ฎีกา 1452/2511ฎีกา 220/2509ฎีกา 1561/2520ฎีกา 325/2524ฎีกา 1427/2493ฎีกา 1897/2538ฎีกา 7/2492ฎีกา 1750/2527ฎีกา 2533/2549ฎีกา 790/2497ฎีกา 6801/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 2671/2532ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 389/2541ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ