คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3260/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบในคดีอาญามาวินิจฉัยคดีแพ่งได้นั้น เป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ชอบแล้ว
ย่อคำพิพากษา
คดีแพ่งโจทก์จำเลยตกลงกันไม่สืบพยาน แต่ขอให้ศาลนำคำเบิกความของพยานและพยานหลักฐานต่าง ๆ ในสำนวนคดีอาญาของศาลชั้นต้นซึ่งโจทก์คดีนี้เป็นโจทก์ร่วมและจำเลยคดีนี้เป็นจำเลยและคดีถึงที่สุดแล้ว เป็นพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยเพื่อวินิจฉัยคดีนี้ได้ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบในคดีอาญาดังกล่าว มาวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ชอบแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางประกอบ อภิวัฒนาธรรม · จำเลย - นายนริศร์ ตลึงจิตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไสว จันทะศรี · สมบัติ เดียวอิศเรศ · เสรี ชุณหถนอม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวินิตย์ ศรีภิญโญ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายจรูญ วงศ์นิวัติขจร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา