⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3632/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3632/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาคดีอาญาที่ว่าจำเลยกระทำละเมิดโดยประมาท ไม่มีผลผูกพันบุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เสียหายในทางแพ่ง บุคคลภายนอกนั้นอาจยกข้อต่อสู้และนำสืบในคดีแพ่งได้ว่าตนมิได้เป็นฝ่ายกระทำละเมิด และจำเลยเป็นฝ่ายกระทำละเมิดต่อตน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และนายจ้างของ ส. มิได้ถูกฟ้องในคดีอาญา คำพิพากษาของศาลในส่วนคดีอาญาที่พิพากษาว่า ส. ขับรถประมาทไม่มีผลผูกพันนายจ้างของ ส. และบุคคลภายนอก โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกยังอาจยกเป็นข้อต่อสู้และนำสืบในคดีแพ่งได้ว่า ส. มิได้เป็นฝ่ายขับรถประมาทเลินเล่อต่อจำเลย หากนำสืบได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นคู่กรณีของ ส. เป็นฝ่าย ขับรถประมาทละเมิดต่อรถของนายจ้างซึ่งเป็น ส. เป็นผู้ขับ และโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้ชำระค่าซ่อมรถคันดังกล่าวไปแล้ว โจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิของนายจ้าง ส. เรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 880 และมาตรา 226

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.880

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๓๑,๐๘๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ เจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุที่รถเฉี่ยวชนกันเป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของนายสมเจตน์ เจริญภักตร ต่อมานายสมเจตน์ถูกฟ้องฐานขับรถโดยประมาท ศาลพิพากษาลงโทษนายสมเจตน์ตามฟ้อง จำเลยทั้งสองไม่ต้อง รับผิด ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดการชี้สองสถาน งดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตาม รูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยมิใช่นายจ้าง ของนายสมเจตน์จะต้องผูกพันตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในส่วนคดีอาญาที่พิพากษาว่า นายสมเจตน์ขับรถประมาทเป็นเหตุให้เกิดคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์และบริษัทชัยวารีมารีนโปรดัคส์ จำกัด นายจ้างของนายสมเจตน์ มิได้ถูกฟ้องในคดีอาญาที่นายสมเจตน์ถูกฟ้อง คำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ และบริษัท ชัยวารีมารีนโปรดัคส์ จำกัด ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โจทก์และบริษัทชัยวารีมารีนโปรดัคส์ จำกัด ยังอาจยกเป็นข้อต่อสู้ และนำสืบในคดีแพ่งนี้ได้ว่านายสมเจตน์มิได้เป็นฝ่ายขับรถประมาทเลินเล่อต่อจำเลยทั้งสอง หากแต่จำเลยที่ ๑ เป็นฝ่าย ขับรถประมาทละเมิดต่อรถของบริษัทชัยวารีมารีนโปรดัคส์ จำกัด ซึ่งนายสมเจตน์เป็นผู้ขับ และหากนำสืบได้เช่นนี้ โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยและได้ชำระค่าซ่อมรถคันดังกล่าวไปแล้ว ย่อมมีสิทธิที่จะรับช่วงสิทธิของบริษัทชัยวารีมารีนโปรดัคส์ จำกัด เรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๐ และมาตรา ๒๒๖ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3632/2541 บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายเอกวิทย์ ทองเนื้ออ่อน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายเอกวิทย์ ทองเนื้ออ่อน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · บุญธรรม อยู่พุก · บุรินทร์ โชคเกิด
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายวิโรจน์ มณีธนวรรณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายวิบูลย์ สุนทรวิภาต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 4715/2542ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2186/2550ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 6868/2541ฎีกา 6321/2544ฎีกา 560/2529ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3329/2550ฎีกา 4564/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1948/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา