คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4261/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงและยักยอกกระทงหนึ่งแล้ว ต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในข้อหาดังกล่าว แม้ฎีกาจะเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและยักยอก ตามป.อ.มาตรา 341, 352, 91 ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รับฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาความผิดฐานยักยอกเงินจำนวน 50,000 บาท ตาม ป.อ.มาตรา 352 ไว้ทำการไต่สวนมูลฟ้องเพียงกระทงเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ในความผิดฐานฉ้อโกงและยักยอกกระทงหนึ่งแล้ว จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาตาม ป.วิ.อ.มาตรา 220 แม้ฎีกาโจทก์ในข้อหากระทำความผิดดังกล่าวจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทจักษ์ เอ็นเทอไพรซ จำกัด · จำเลย - นายชุมพร สำราญภูมิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล · ชลอ บุณยเนตร · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - อ่านไม่ออก · ศาลอุทธรณ์ - นายกฤต บุญญานุสนธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา