⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 208/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2542

พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ม.89, 116

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
วัตถุออกฤทธิ์ที่ริบตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทฯ มาตรา 116 ต้องมีการลงโทษตามมาตรา 89 แต่หากยกฟ้องในข้อหานี้ วัตถุออกฤทธิ์นั้นอาจถูกริบได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 32 ในฐานะเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดหรือเป็นสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

วัตถุออกฤทธิ์ที่จะริบให้แก่กระทรวงสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 116 นั้น ต้องเป็นกรณีที่มีการลงโทษตามมาตรา 89 ฉะนั้น เมื่อศาลยกฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาตามมาตรา 89 แล้ว กรณีจึงไม่อาจริบของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขตามบทบัญญัติ ดังกล่าวได้ แต่การมีวัตถุออกฤทธิ์ของกลางไว้ในครอบครองเป็นความผิด ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32ให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดและมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ ศาลจึงริบของกลาง ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.116

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวน ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาพิพากษารวมกันและให้เรียกนางสายพิน ใจทิม เป็นจำเลยที่ 1 นางสมจิตร สระทองบุกเป็นจำเลยที่ 2 สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 126 เม็ด น้ำหนักรวม 11.220 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 2.991 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาตและได้ขายเมทแอมเฟตามีนให้ผู้มีชื่อไปในจำนวนที่ไม่ปรากฏชัด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 89, 106, 106 ทวิ, 116 ริบของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข สำนวนที่สองโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 65 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 1.567 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาตและได้ขายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อจำนวน 2 เม็ด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 89, 106,106 ทวิ, 116 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขคืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 543/2540 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายสองบทที่มีโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำเลยที่ 1 ให้จำคุก 8 ปี จำเลยที่ 2 ให้จำคุก 7 ปีริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข คืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ ให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 543/2540 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่เมทแอมเฟตามีนของกลางมีไว้เป็นความผิดจึงริบให้แก่กระทรวงสาธารณสุข และคืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวันที่ 13 พฤษภาคม 2539 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข้อหามีและขายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 126 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก2.991 กรัม และจำนวน 65 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 1.567 กรัมตามลำดับ และยึดเป็นของกลาง คดีมีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ในคดีอาญาโจทก์ต้องพิสูจน์การกระทำความผิดของจำเลยให้ศาลเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงคดีนี้ยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำผิดหรือไม่ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว อนึ่ง วัตถุออกฤทธิ์ที่จะริบให้แก่กระทรวงสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 116 นั้น ต้องเป็นกรณีมีการลงโทษตามมาตรา 89 แต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้อง จึงไม่อาจริบเมทแอมเฟตามีนของกลางอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ให้แก่กระทรวงสาธารณสุขตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ แต่การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเป็นความผิดซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดและมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข จึงไม่ถูกต้อง สมควรแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2542 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด สวรรคโลก โจทก์ นาง สาย พิน ใจทิม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด สวรรคโลก · จำเลย - นาง สาย พิน ใจทิม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์ · เหล็ก ไทรวิจิตร · พันธาวุธ ปาณิกบุตร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2936/2564ฎีกา 5699/2562ฎีกา 7217/2544ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2176/2543ฎีกา 512/2559ฎีกา 7149/2558ฎีกา 1875/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 696/2541ฎีกา 5061/2561ฎีกา 4105/2541ฎีกา 239/2484ฎีกา 2948/2555ฎีกา 8479/2560ฎีกา 854/2563ฎีกา 7526/2561ฎีกา 6856/2544ฎีกา 11/2539ฎีกา 4463/2561ฎีกา 15711/2557ฎีกา 5840/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ