คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบว่ามีการโอนเงินทางธนาคารเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้เงินกู้ ถือเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นที่เจ้าหนี้ยอมรับแล้ว ไม่ใช่การนำสืบการใช้เงินโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงไม่ถูกห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคสอง
การที่เจ้าหนี้ยอมรับการชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ที่ตกลงกันไว้ ทำให้หนี้เดิมระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 321 วรรคหนึ่ง
ย่อคำพิพากษา
การนำสืบว่า จำเลยโอนเงินทางธนาคารเข้าบัญชีของโจทก์เพื่อชำระหนื้เงินกู้เป็นการชำระหนี้อย่างอื่นซึ่งโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ได้ยอมรับแล้วกรณีมิใช่เป็นการนำสืบการใช้เงินโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อโจทก์ผู้ให้ยืมมาแสดง จึงไม่ต้องห้ามมิให้นำสืบตาม ป.พ.พ.มาตรา 653 วรรคสอง
จำเลยได้โอนเงินทางธนาคารเข้าบัญชีของโจทก์เพื่อชำระหนี้เงินกู้รายพิพาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จนครบถ้วน และโจทก์ได้ยอมรับชำระหนี้แล้ว ถือได้ว่าโจทก์ได้รับการชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ที่ได้ตกลงกันไว้ย่อมทำให้หนี้กู้ยืมรายพิพาทระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 321 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวีราวรรณ แย้มมาลี · จำเลย - นางแสงวรรณ ธงชัยหรือธงไชย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวัตร์ สุขเกษม · จรัญ หัตถกรรม · ชวลิต ธรรมฤาชุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสัญชัย ผลฉาย · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายจำนงค์ อู่เจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา