⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2657/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2657/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปสมคบกันเพื่อกระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ถือเป็นความผิดฐานซ่องโจร แม้ว่าข้อเท็จจริงจะฟังไม่ได้ว่าผู้ร่วมกระทำความผิดทุกคนได้เข้าร่วมในการกระทำความผิดนั้นๆ ด้วยก็ตาม การครอบครองอาวุธปืนยังคงอยู่ที่ผู้ครอบครองเดิม ตราบเท่าที่ยังไม่มีการส่งมอบการครอบครองให้แก่บุคคลอื่นอย่างชัดแจ้ง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กับ ช. ร่วมกันเป็นซ่องโจรโดยสมคบคิดกันตั้งแต่ 5 คน เพื่อกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์และชิงทรัพย์ผู้อื่น แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าในคืนเกิดเหตุ ช. อยู่ร่วมกับจำเลยทั้งสี่ ดังนั้น พฤติการณ์ตามที่โจทก์กล่าวหาจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นความผิดฐานซ่องโจร ขณะจำเลยที่ 1 ขึ้นไปโดยสารรถของจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 1 ได้นำอาวุธปืนซึ่งเป็นของตนเก็บไว้ในช่องที่เก็บของหน้ารถแล้วจำเลยที่ 1 นั่งโดยสารไปด้วย ถือว่าความครอบครองอาวุธปืนยังอยู่ที่จำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 ลงจากรถลืมเอาอาวุธปืนลงมา และต่อมาในเวลาใกล้ชิดกัน เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสี่ได้ ก็ยังถือว่าอาวุธปืนดังกล่าวยังอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 จึงไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกฐานมีอาวุธปืนฯ 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนฯ 1 ปี รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีอาวุธปืนฯ จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนฯ จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ฐานมีอาวุธปืนฯ 8 เดือน ฐานพาอาวุธปืนฯ 4 เดือน รวมจำคุก 1 ปี ความผิดทั้งสองข้อหาดังกล่าวโจทก์มิได้อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ให้หนักขึ้น ดังนั้นในความผิดฐานมีอาวุธปืนฯ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลดโทษให้จำเลยที่ 1 เพียงหนึ่งในสามแล้วคงจำคุก 8 เดือน จึงเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 1 ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายอาญา ม.210 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม ป.อ. มาตรา 210, 91, 83, 32, 33 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบของกลาง ยกเว้นอาวุธปืนสั้นขนาด .38 เลขทะเบียน กท. 2603889 และรถยนต์ หมายเลขทะเบียน น - 7319 พัทลุง ซึ่งเป็นของผู้ที่มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดให้สั่งคืนเจ้าของกับให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 599/2537 ของศาลชั้นต้น ก่อนสอบคำให้การ จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนสั้นจำนวน 1 กระบอก ไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ให้การปฏิเสธข้อหาซ่องโจร ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทุกข้อหา และจำเลยที่ 1 และที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2657/2542 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง โจทก์ นายสุพจน์หรือตุ้ม อนุเชษฐ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง · จำเลย - นายสุพจน์หรือตุ้ม อนุเชษฐ์ กับพวก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ - 83 และจำเลยที่ 1 และที่ 4 มีคว · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 9114/2552ฎีกา 729/2508ฎีกา 180/2554ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1826/2547ฎีกา 1336/2553ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1331/2520ฎีกา 2279/2515ฎีกา 2024/2531ฎีกา 1715/2545ฎีกา 628/2493ฎีกา 4534/2531ฎีกา 370/2542ฎีกา 8131/2548ฎีกา 2590/2524ฎีกา 7878/2538ฎีกา 7562/2556ฎีกา 2651/2517ฎีกา 1480/2492ฎีกา 182/2532ฎีกา 1189/2537ฎีกา 16640/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา