คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3602/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขออนุญาตระบุพยานเพิ่มเติมภายหลังพ้นกำหนดตามกฎหมาย ต้องแสดงเหตุอันสมควรว่าไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานใดมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานนั้นมีอยู่ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยจะยื่นคำร้องขออนุญาตระบุพยานเพิ่มเติมภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลายื่นบัญชีระบุพยานตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว จำเลยจะต้องแสดงถึงเหตุอันสมควรให้ฟังได้ว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่า ต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนหรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใดไว้ในคำร้องตาม ป.วิ.พ.มาตรา 88 วรรคสี่ แต่ตามคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยระบุเพียงว่าจำเลยเพิ่งได้พบกับพยานเท่านั้น ยังไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้แสดงเหตุอันสมควรที่จำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานที่จำเลยขออ้างเพิ่มเติมนั้นมาสืบ หรือไม่ทราบว่าพยานนั้นได้มีอยู่ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องดังกล่าวของจำเลยจึงชอบแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ยสมมาตย์ กุลยานนท์ · จำเลย - งเกษร นันทศิลป์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพศาล เจริญวุฒิ · อธิราช มณีภาค · พินิจ เพชรรุ่ง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายนิพนธ์ พิชยพาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา