⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8078/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8078/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญา ถือเป็นการร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้ข้อหาที่แจ้งความจะแตกต่างจากข้อหาที่พนักงานสอบสวนแจ้งแก่จำเลยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้พนักงานสอบสวนจะได้แจ้งข้อหาแก่จำเลยว่ากระทำอนาจารผู้เสียหายต่อหน้าธารกำนัล อันไม่ใช่คดีความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนโดยไม่ต้องมีการร้องทุกข์ตามระเบียบก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหากระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายโดยไม่มีกรณีเกิดต่อหน้าธารกำนัลซึ่งเป็นความผิดอันย่อมความได้นั้น โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในอายุความแล้ว ทั้งโจทก์ได้นำสืบว่า ผู้เสียหายได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยว่า จำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหาย จึงฟังได้ว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.121 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.281

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๘ คดีนี้ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในอายุความแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๘ จำคุก ๓ ปี คำรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑ อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า คดีนี้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ไว้ตามระเบียบ การสอบสวนคดีนี้จึงไม่ชอบ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหาย และร้อยตำรวจเอกสุบรรณ บุญหลักคำ พนักงานสอบสวนว่า ผู้เสียหายได้แจ้งความให้ดำเนินคดีกับจำเลย โดยแจ้งต่อร้อยตำรวจเอกสุบรรณว่า จำเลยได้กระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายและปรากฏตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.๓ กับบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีอาญา เอกสารหมาย จ.๕ ว่า ร้อยตำรวจเอกสุบรรณแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่ากระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งไม่ใช่คดีความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้ ร้อยตำรวจเอกสุบรรณจึงมีอำนาจสอบสวนคดีโดยไม่ต้องมีการร้องทุกข์ตามระเบียบ ส่วนคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหากระทำอนาจารแก่ผู้เสียหาย โดยไม่มีกรณีเกิดต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้นั้น โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า " คดีนี้ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในอายุความแล้ว" ทั้งโจทก์ได้นำสืบว่าผู้เสียหายได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับจำเลย ว่าจำเลยได้กระทำอนาจารผู้เสียหาย จึงฟังได้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว พนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8078/2542 พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นายฉลวย กุสะรัมย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นายฉลวย กุสะรัมย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · อรพินท์ เศรษฐมานิต · สุรพล เจียมจูไร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายสุพาทน์ สุชาตานนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายตามจิต โสตถิธรรม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 977/2492ฎีกา 3990/2549ฎีกา 6795/2549ฎีกา 2134/2536ฎีกา 3651/2541ฎีกา 1814/2493ฎีกา 974-975/2554ฎีกา 1357/2545ฎีกา 6668/2551ฎีกา 2249/2520ฎีกา 2371/2522ฎีกา 99/2541ฎีกา 5603/2542ฎีกา 9729/2556ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2084/2531ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1379/2524ฎีกา 404/2565ฎีกา 3593/2529ฎีกา 3343/2536ฎีกา 444/2537ฎีกา 1362/2537ฎีกา 3423/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา