⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 284-285/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284-285/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพราะคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นจะอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากศาลอุทธรณ์ให้ดำเนินการต่อไป และหากศาลชั้นต้นปฏิบัติผิดระเบียบ ศาลฎีกามีอำนาจสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นและสั่งแก้ไขให้ถูกต้องได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 และจำเลยชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน หากคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมเสียให้งดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และส่งคืนศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยสำนวน เพื่อดำเนินการต่อไป ปรากฏว่าจำเลยนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระเพิ่มเพียงฝ่ายเดียวส่วนโจทก์ที่ 1 ไม่ได้ชำระ ศาลชั้นต้นจึงให้งดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ ต่อมาทนายโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มออกไปอีก 20 วัน ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วอนุญาตให้โจทก์ที่ 1 นำเงิน ค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน 20 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ต่อมาศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาในหนังสือ ส่งสำนวนคืน โดยยังมิได้แจ้งให้โจทก์ที่ 1 ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ก่อน แต่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยฟังและถือว่าโจทก์ทั้งสองทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว กรณีเช่นนี้ถือว่า ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในเรื่องการพิจารณาคดี ศาลฎีกาจึงมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาการที่ผิดระเบียบดังกล่าว และสั่งแก้ไขให้ถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย มาตรา 246 และ 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกบริษัทรุ่งเรืองนครชัยก่อสร้าง จำกัด โจทก์ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 1 ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 1 เรียกธนาคารกรุงเทพ จำกัด จำเลยที่ 2 ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 และเรียกการสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ในสำนวนหลังว่า จำเลย สำนวนแรกโจทก์ที่ 1 ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องจำนวน 28,268,214.35 บาท และชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 27,158,548.90 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ แก่โจทก์ที่ 1 จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลัง จำเลยฟ้องขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,841,880.10 บาท พร้อมด้วย ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 2,650,537.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 30 เมษายน 2529 จนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทน โจทก์ที่ 1 โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ที่ 1 ชนะคดี คำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องจำเลยสำหรับโจทก์ที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างจำเลยกับโจทก์ที่ 2 ให้เป็นพับ โจทก์ที่ 1 และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินค่าจ้างที่ยึดหน่วงไว้จำนวน 671,098.90 บาท พร้อมด้วย ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ที่ 1 และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 และจำเลยชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในคดีสำนวนหลัง ให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน หากคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมเสียให้งดอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์และส่งคืนศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยสำนวนเพื่อดำเนินการต่อไป ปรากฏว่าจำเลยนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระเพิ่มเพียงฝ่ายเดียว ส่วนโจทก์ที่ 1 ไม่นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระเพิ่มแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นจึงให้ งดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ ต่อมาทนายโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องว่า หมายแจ้งวันนัดของศาลชั้นต้นไม่มีข้อความแจ้งให้ทนายโจทก์ที่ 1 ทราบว่าจะต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่ม หรือแจ้งให้ มารับทราบคำสั่งของศาลอุทธรณ์ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลอุทธรณ์ที่สั่งเกี่ยวกับการเสียค่าขึ้นศาล เพิ่มแต่อย่างใด โจทก์ที่ 1 จึงไม่อาจทราบถึงคำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวได้ ขอขยายระยะเวลาชำระค่าขึ้น ศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มออกไปอีก 20 วัน ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วอนุญาตให้โจทก์ที่ 1 นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มมาชำระได้ภายใน 20 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งในหนังสือส่งสำนวนคืนว่า นัดฟังคำพิพากษา โดยยังมิได้แจ้งให้โจทก์ที่ 1 ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ก่อน แต่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ ผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยฟังและถือว่าโจทก์ทั้งสองทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว กรณีเช่นนี้ถือว่า ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในเรื่องการพิจารณาคดี ศาลฎีกาจึงมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว และสั่งแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 246 และ 247 พิพากษาให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ได้อ่านเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2541 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการแจ้งให้โจทก์ที่ 1 ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ก่อน เว้นแต่ได้ความว่าโจทก์ที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ก็ให้ศาลชั้นต้นแจ้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ที่ 1 มาดำเนินการแทน แล้วส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดี กับให้ยกฎีกาของโจทก์ที่ 1 และจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมด ให้แก่โจทก์ที่ 1 และจำเลย ส่วนค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284 - 285/2543 บริษัทรุ่งเรืองนครชัยก่อสร้าง จำกัด กับพวก โจทก์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทรุ่งเรืองนครชัยก่อสร้าง จำกัด กับพวก · จำเลย - การสื่อสารแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผล อนุวัตรนิติการ · พิชิต คำแฝง · สมศักดิ์ เทวรักษ์กุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบุญศักดิ์ คงฤทธิแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายระพิณ บุญสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 7980/2551ฎีกา 5732/2552ฎีกา 280/2530ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1572/2511ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 861/2540ฎีกา 5150/2552ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1733/2498ฎีกา 4470/2543ฎีกา 70/2518ฎีกา 1002/2509ฎีกา 581/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา