⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3293/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3293/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยวินิจฉัยในประเด็นที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ และพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษมาแต่ต้น แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในข้อหานั้น ถือเป็นการพิพากษาเกินกว่าคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ และเป็นการต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 340, 340 ตรี, 83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลย มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ป.อ. มาตรา 295, 83 จำคุก 1 ปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 334 อีกกระทงหนึ่งเรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 จำคุก 1 ปี รวมเป็นจำคุก 2 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นมีผลเท่ากับว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาปล้นทรัพย์ ต้องห้าม มิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ย่อมเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓ และให้จำเลยคืนสร้อยคอทองคำและพระเหรียญ หรือใช้ราคา ๘,๒๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ จำคุก ๑ ปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ อีกกระทงหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำคุก ๑ ปี รวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานอื่น เป็นจำคุก ๒ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยคืนสร้อยคอทองคำ ๑ เส้น พระเหรียญ ๑ องค์ หรือชดใช้ราคา ๘,๒๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่าจำเลยกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ตามฟ้อง เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ จำคุก ๑ ปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ อีกกระทงหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำคุก ๑ ปี รวมเป็นจำคุก ๒ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนี้ จึงมีผลเท่ากับว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาปล้นทรัพย์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ย่อมเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3293/2543 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นายนิรัตน์หรือมาน บุหงารัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระยอง · จำเลย - นายนิรัตน์หรือมาน บุหงารัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · อภิชาต สุขัคคานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายเกียรติคุณ แม้นเลขา · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายกรองเกียรติ คมสัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 274/2480ฎีกา 1635/2493ฎีกา 297/2530ฎีกา 109/2493ฎีกา 2824/2543ฎีกา 1656/2532ฎีกา 5863/2541ฎีกา 3937/2535ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1811/2530ฎีกา 2891/2540ฎีกา 3981/2534ฎีกา 2751/2524ฎีกา 892/2507ฎีกา 4883/2541ฎีกา 321/2482ฎีกา 9984/2553ฎีกา 2651/2517ฎีกา 8743/2550ฎีกา 4135/2535ฎีกา 1280/2513ฎีกา 1184/2546ฎีกา 351/2480ฎีกา 1490/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา