⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3478/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3478/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ต้องห้ามเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดในประเด็นที่เกี่ยวกับคดีนั้นแล้ว. - การชำระหนี้อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่อาจเรียกคืนฐานลาภมิควรได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 411.

ย่อคำพิพากษา

วันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องและคำให้การแล้ววินิจฉัยว่าคดีนี้มูลคดีเดียวกันกับคดีก่อน จึงเป็น การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 มีคำสั่งให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ให้รับฟ้องประเด็นเรื่องค่าเสียหาย การที่จำเลยฎีกาว่าไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าเสียหาย ขอให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น เป็นฎีกาที่ขอให้จำเลยชนะคดีในปัญหาเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามคำวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 (2) (ข) ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินมาชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพิ่มเติมอย่างคดีมีทุนทรัพย์จึงเป็น คำสั่งที่ไม่ชอบ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตาม จึงไม่เป็นการทิ้งฎีกา ประเด็นเรื่องค่าเสียหายเพิ่มเป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณาสืบต่อเนื่องจากประเด็นเรื่องผิดสัญญาหรือไม่ เมื่อคดีก่อนฟังได้ว่าสัญญาเป็นโมฆะ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยในประเด็นเรื่องค่าเสียหายต่อไป และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาชี้ขาดในประเด็นที่เกี่ยวกับคดีนี้แล้ว จึงต้องห้ามดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 โจทก์ชำระมัดจำหรือเงินราคาค่าซื้อขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยตามสัญญาซื้อขายที่ดินที่ห้ามโอนซึ่งเป็นโมฆะ จึงเป็นการชำระหนี้อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โจทก์จึงไม่อาจเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลยฐานลาภมิควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 411

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.411

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 103 ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ถ้าจำเลยไม่สามารถโอนที่ดินแก่โจทก์ ให้จำเลยชดใช้เงินค่าเสียหายจำนวน 1,228,326,885 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยถึงแก่กรรม นายครรชิต ผู้จัดการมรดกของจำเลย ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ในชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องและคำให้การแล้วเห็นว่าคดีนี้มูลคดีเดียวกันกับคดีแพ่ง หมายเลขแดงที่ 1967/2540 ของศาลจังหวัดเชียงราย จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีดังกล่าว ต้องห้ามมิให้นำคดีมาฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง ค่าขึ้นศาลให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 ไว้ แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาล ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฎีกาของจำเลยนั้นเป็นฎีกาในปัญหาที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหา ข้อกฎหมาย ซึ่งทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 ว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1967/2540 ของศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับค่าเสียหายตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 ไว้พิจารณา จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกายกคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 และให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้อง จึงเป็นคำขอให้จำเลยชนะคดีในประเด็นเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นอันเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งต้องชำระค่าขึ้น ศาลชั้นฎีกาเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 (2) (ข) การที่จำเลยฎีกาและชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจำนวน 200 บาท จึงชอบแล้ว ที่ศาลชั้นต้นสั่งมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินมาชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพิ่มเติมอย่างคดีมีทุนทรัพย์จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตาม จึงไม่เป็นการทิ้งฎีกาตามกฎหมาย ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยมีว่า การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ในส่วนค่าเสียหายตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 หรือไม่ เนื่องจากตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1967/2540 ของศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน สัญญาจำนองและสัญญาก่อตั้งสิทธิเหนือ พื้นดินพิพาทตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 และคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้พิจารณาพิพากษาคดีนี้เกี่ยวกับประเด็นเรื่องสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจำนองและสัญญาก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินแล้วว่าเป็นโมฆะ ไม่อาจบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย ดังนั้นในประเด็นเรื่องค่าเสียหายค่าที่ดินเพิ่มขึ้น ค่าขาดรายได้ที่สร้างโรงแรมในที่ดิน ค่าปรับ ค่าทำเขื่อนกั้นดิน ค่าย้ายโรงสูบ และค่าย้ายหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณาสืบต่อเนื่องจากประเด็นเรื่องผิดสัญญาหรือไม่ เมื่อฟังได้ว่า สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยในประเด็นเรื่องค่าเสียหายดังกล่าวต่อไป และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาชี้ขาดในประเด็นที่เกี่ยวกับคดีนี้แล้ว เป็นอันต้องห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำอีก ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ส่วนประเด็นที่ว่า เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายเป็นโมฆะ จำเลยต้องคืนมัดจำหรือราคาค่าซื้อที่ดิน 8,000,000 บาท หรือไม่ นั้น จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์เรียกคืนไม่ได้ เพราะเป็นการกระทำเพื่อชำระหนี้เป็นการอันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย เห็นว่าศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1967/2540 ยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ แต่การที่โจทก์ชำระมัดจำหรือเงินราคาค่าซื้อขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยตามสัญญาซึ่งเป็นโมฆะดังกล่าว ย่อมเป็นการชำระหนี้เป็นการอันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย ต้องด้วย ป.พ.พ. ลักษณะ 4 ว่าด้วยลาภมิควรได้ ซึ่งตามมาตรา 411 บัญญัติว่า "บุคคลใดกระทำการเพื่อชำระหนี้ เป็นการอันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี ท่านว่าบุคคลนั้นหาอาจจะเรียกร้องคืนทรัพย์ได้ไม่" ดังนี้ มัดจำหรือเงินราคาค่าซื้อขายที่ดินพิพาท มีมูลมาจากสัญญา ที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย โจทก์จึงไม่อาจเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลยฐาน ลาภมิควรได้? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในประเด็นที่ 2 เรื่องค่าเสียหายด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 200 บาท ให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ทั้งสามศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3478/2543 นายชนินทร์ โทณวณิก โจทก์ นายสมพงษ์ หรือสมพงค์ หรือสมพงศ์ ศิริภักดี จำเลย โดยนายครรชิต ศิริภักดี ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชนินทร์ โทณวณิก · จำเลย - นายสมพงษ์ หรือสมพงค์ หรือสมพงศ์ ศิริภักดี · ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน - โดยนายครรชิต ศิริภักดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · วิเทพ ศิริพากย์ · ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายโชค จงสงวน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 4790/2533ฎีกา 7200/2540ฎีกา 933/2560ฎีกา 961/2566ฎีกา 4259/2547ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 789/2544ฎีกา 3589/2525ฎีกา 2460/2517ฎีกา 873/2508ฎีกา 3190/2530ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 916/2509ฎีกา 2257/2543ฎีกา 8739/2551ฎีกา 5162/2553ฎีกา 4541/2550ฎีกา 958/2552ฎีกา 2002/2511ฎีกา 5286/2559ฎีกา 7268/2537ฎีกา 1171/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา