⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2144/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2144/2544

ป.อาญา ม.21, 52, 54 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.195, 212, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อลดโทษจำคุกแต่ละกระทงแล้วมีเศษเป็นเดือน การนับโทษจำคุกเป็นเดือนต้องนับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แต่การนับโทษจำคุกเป็นปีต้องนับตามปฏิทินราชการ การลดโทษจำคุกต้องลดโทษให้จำเลยทุกกระทงก่อนแล้วจึงรวมโทษจำคุก

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลล่างรวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสามกระทงก่อนแล้วจึงลดโทษนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อลดโทษจำคุกแต่ละกระทงแล้วมีเศษเป็นเดือน การนับโทษจำคุกเป็นเดือนต้องนับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แต่การนับโทษจำคุกเป็นปีต้องนับตามที่ปฏิทินราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 วรรคสอง ดังนั้น หากกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือนเมื่อรวมโทษจำคุกได้ 12 เดือน จำเลยย่อมได้รับโทษจำคุก 360 วัน แต่ถ้ารวมโทษเป็น 1 ปี จะได้รับโทษจำคุก 365 วันหรือ 366 วัน เห็นได้ว่า หากรวมโทษจำคุกจากเดือนเป็นปีย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยมากกว่า จึงต้องลดโทษให้จำเลยทุกกระทงก่อนแล้วรวมโทษจำคุก ในส่วนที่เป็นเดือนคงให้เป็นเดือนต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.21 ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 ประมวลกฎหมายอาญา ม.54 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.21 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2542 เวลากลางวันจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 7 เม็ด น้ำหนักสุทธิ 0.63 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวบางส่วนจำนวน 2 เม็ด เป็นเงิน 120 บาท แก่ผู้ล่อซื้อ และร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนกฎหมายเหตุเกิดที่ตำบลเหมืองหม้ออำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีน 7 เม็ด ซึ่งหมดไปในการตรวจพิสูจน์และเงิน100 บาท ที่ใช้ล่อซื้อเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 83 และคืนเงิน 100 บาทแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ5 ปี ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 5 ปีฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ11 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี 6 เดือน คืนเงิน 100 บาทแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...แต่ที่ศาลล่างทั้งสองรวมโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ทั้งสามกระทงก่อนแล้วจึงลดโทษนั้นไม่ถูกต้องเพราะเมื่อลดโทษจำคุกแต่ละกระทงแล้วมีเศษเป็นเดือน การนับโทษจำคุกเป็นเดือนต้องนับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน แต่การนับโทษจำคุกเป็นปีต้องนับตามปีปฏิทินในราชการ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 21 วรรคสอง ดังนั้น หากกำหนดโทษจำคุกเป็นเดือนเมื่อรวมโทษจำคุกได้ 12 เดือน จำเลยที่ 1 ย่อมได้รับโทษจำคุก360 วัน แต่ถ้ารวมโทษเป็น 1 ปี แล้ว จำเลยที่ 1 จะได้รับโทษจำคุก365 วัน หรือ 366 วัน แล้วแต่กรณี เห็นได้ว่าหากรวมโทษจำคุกจากเดือนเป็นปีย่อมเป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 1 มากกว่า จึงต้องลดโทษให้จำเลยที่ 1 ทุกกระทงก่อนแล้วรวมโทษจำคุกในส่วนที่เป็นเดือนคงให้เป็นเดือนต่อไป ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1ได้ แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ยกขึ้นฎีกา และกรณีเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลตลอดไปถึงจำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาได้ด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า เมื่อลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน และลงโทษฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 6 เดือน รวมลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี18 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2144/2544 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นาย อนุชิต ใยดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นาย อนุชิต ใยดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 647/2563ฎีกา 628/2493ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ